รัฐมนตรีช่วยต่างประเทศสหรัฐเรียกร้องให้รัฐบาลเมียนมาร์มอบสิทธิความเป็นพลเมืองแก่ชาวโรฮิงญา เพื่อลดการหลั่งไหลของเรือผู้อพยพในภูมิภาค
รัฐมนตรีช่วยต่างประเทศสหรัฐ นายแอนโทนี บลิงเคน แถลงในนครย่างกุ้งหลังหารือกับเหล่าผู้นำรัฐบาลเมียนมาร์เกี่ยวกับวิกฤติผู้อพยพ โดยเรียกร้องให้ทางการเมียนมาร์ให้สิทธิความเป็นพลเมืองแก่ชนกลุ่มน้อยชาวโรฮิงญา ซึ่งเป็นวิธีที่จะช่วยลดการหลั่งไหลของกลุ่มผู้อพยพทั่วอ่าวเบงกอล
ปัจจุบัน ชาวโรฮิงญา 1.3 ล้านคนในรัฐยะไข่ของเมียนมาร์ยังไม่ได้รับการยอมรับให้เป็นพลเมืองอีกทั้งยังถูกระบุว่าเป็นผู้อพยพเข้าเมืองผิดกฎหมายจากบังกลาเทศ แม้ว่าพวกเขาส่วนมากอาศัยอยู่ในเมียนมาร์มาหลายชั่วอายุคนแล้วก็ตาม
นายบลิงเคนระบุว่า การที่ชาวโรฮิงญายอมเสี่ยงอันตรายในทะเลสะท้อนให้เห็นถึงสถานการณ์ในรัฐยะไข่ได้ดี และเขาเห็นว่า คนกลุ่มนี้สมควรได้รับสิทธิการเป็นพลเมืองในเมียนมาร์
นายบลิงเคนเสริมว่า เมื่อวันพฤหัสบดี (21 พ.ค.) ที่ผ่านมา เขาได้ประชุมหารือกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลเมียนมาร์ และชี้ว่าต้นตอของปัญหาดังกล่าวคือสถานการณ์ทางการเมืองและสังคมในรัฐยะไข่
ท่าทีของรัฐมนตรีช่วยต่างประเทศสหรัฐมีขึ้นหลังจากบรรดารัฐมนตรีต่างประเทศมาเลเซียและอินโดนีเซียได้หารือกับเจ้าหน้าที่เมียนมาร์เพื่อกดดันให้ประเทศดังกล่าวหยุดการหลั่งไหลของผู้อพยพ
ทั้งนี้ ปัญหาชาวโรฮิงญาในรัฐยะไข่ของเมียนมาร์เป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญของวิกฤติผู้อพยพที่กำลังรุมเร้าภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อยู่ในขณะนี้ ท่ามกลางจำนวนผู้อพยพที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากพวกเขาหนีความยากจนในบังกลาเทศ





