ตลาดหุ้นสหรัฐ ปรับตัวลดลง จากรายงานที่ระบุว่า เศรษฐกิจสหรัฐเติบโตเพียง 0.2% ในไตรมาสแรกของปีนี้
ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปิดซื้อขายเมื่อวานนี้ (29 เม.ย.) ร่วงลง 74.61 จุด หรือ 0.41% มาอยู่ที่ 18,053.53 จุด
ขณะที่ดัชนีเอส แอนด์ พี 500 ปรับลดลง 7.91 จุด หรือ 0.37% มาอยู่ที่ 2,106.85 จุด และดัชนีแนสแด็ก ลดลง 31.78 จุด หรือ 0.63% ปิดซื้อขายที่ 5,023.64 จุด
หุ้นสหรัฐซื้อขายอยู่ในแดนลบตลอดทั้งวัน หลังกระทรวงพาณิชย์สหรัฐ เผยข้อมูลที่แสดงให้เห็นว่า ในช่วง 3 เดือนแรกของปีนี้ ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ หรือจีดีพี สหรัฐ ขยายตัวเพียง 0.2% น้อยกว่าที่มีการคาดการณ์ไว้ว่า จะเติบโตราว 1% ส่วนหนึ่งเป็นเพราะสภาพอากาศที่รุนแรงในฤดูหนาว ในบางภูมิภาคของประเทศ และการประท้วงของคนงานในท่าเรือฝั่งตะวันตกของสหรัฐ
อย่างไรก็ดี ธนาคารกลางสหรัฐ หรือเฟด ระบุว่า การเติบโตที่ลดน้อยลง เป็นแค่สถานการณ์ชั่วคราวเท่านั้น และเห็นว่า เศรษฐกิจน่าจะกลับมาขยายตัวในระดับพอประมาณอีกครั้ง แต่ยอมรับว่า ภาวะซบเซาในบางภาค ของเศรษฐกิจนั้น อาจทำให้ยังไม่พร้อมที่จะขึ้นดอกเบี้ย จนถึงอย่างน้อยในเดือนกันยายน
การขยายตัวทางเศรษฐกิจที่น่าผิดหวังของสหรัฐ ยังส่งผลให้ตลาดหลักๆ ในยุโรป ดิ่งลงอย่างหนัก
ดัชนีแด็กซ์ 30 ของเยอรมนี ร่วงลง 3.21% ปิดตลาดที่ 11,432.72 จุด ส่วนดัชนีแค็ก40 ของฝรั่งเศส ลดลง 2.59 % มาอยู่ที่ 5,039.39 จุด เช่นเดียวกับดัชนีเอฟทีเอสอี 100 ของอังกฤษ ที่ลดลง 1.20% ปิดซื้อขายที่ 6,946.28 จุด
นอกจากนี้ ยังทำให้เงินดอลลาร์อ่อนค่าลงอย่างมากเมื่อเทียบกับเงินยูโร ล่าสุดเคลื่อนไหวอยู่ที่ 1.1128 ดอลลาร์ต่อยูโร
ดอลลาร์อ่อนหนุนราคาน้ำมันพุ่ง
ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก ปรับตัวสูงขึ้น โดยได้รับแรงหนุนจากเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่าลง และปริมาณน้ำมันสำรองในแหล่งผลิตน้ำมันสำคัญของสหรัฐ ที่ลดลงเล็กน้อย เป็นครั้งแรกในรอบกว่า 4 เดือน
ราคาน้ำมันเวสต์เท็กซัส อินเตอร์มีเดียท ส่งมอบเดือนมิถุนายนที่ตลาดไนเม็กซ์ สหรัฐ ทะยานขึ้น 1.52 ดอลลาร์ มาอยู่ที่ 58.58 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ขณะราคาน้ำมันดิบเบรนท์ ทะเลเหนือ ส่งมอบเดือนเดียวกัน ที่ตลาดลอนดอน อังกฤษ ปรับขึ้น 1.20 ดอลลาร์ ปิดซื้อขายที่ 65.84 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
กระทรวงพลังงานสหรัฐ เผยข้อมูลปริมาณน้ำมันสำรองรายสัปดาห์เมื่อวานนี้ โดยนักลงทุนพุ่งความสนใจไปที่ปริมาณน้ำมันสำรองในโอกลาโฮมา หนึ่งในแหล่งผลิตน้ำมันสำคัญของประเทศ ที่ลดลงไป 500,000 บาร์เรล เป็นการลดลงครั้งแรก นับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ซึ่งถูกมองว่า เป็นสัญญาณที่แสดงให้เห็นว่า บรรดาผู้ผลิตน้ำมันสหรัฐกำลังลดปริมาณผลิตลงอย่างต่อเนื่อง





