วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ยอดขายบ้านพุ่งหนุนหุ้นสหรัฐปิดบวก

ตลาดหุ้นสหรัฐ ปรับตัวสูงขึ้นในการซื้อขายเมื่อวานนี้ (22 เม.ย.) โดยได้แรงหนุนจากข้อมูลยอดขายบ้านมือสองที่ทะยานขึ้นอย่างแข็งแกร่ง

ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปรับขึ้น 88.68 จุด หรือ 0.49% มาอยู่ที่ 18,038.27 จุด

ขณะที่ดัชนีเอส แอนด์ พี 500 เพิ่มขึ้น 10.67 จุด หรือ 0.51% มาอยู่ที่ 2,107.96 จุด และดัชนีแนสแด็ก เพิ่มขึ้น 21.07 จุด หรือ 0.42% ปิดซื้อขายที่ 5,035.17 จุด

ข้อมูลจากสมาคมนายหน้าแห่งชาติสหรัฐ แสดงให้เห็นว่า ยอดขายบ้านมือสอง ในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา พุ่งขึ้นถึง 6.1% มาอยู่ที่ 5.19 ล้านหลัง ซึ่งถือเป็นการเติบโตที่เร็วที่สุดในรอบ 18 เดือน ทำให้เกิดความหวังถึงการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องของเศรษฐกิจ

ทางด้านตลาดหลักๆ ในยุโรป ปิดซื้อขายอย่างผสมผสาน จากการที่นักลงทุนมีปฏิกิริยาตอบสนองต่อรายงานผลประกอบการของภาคธุรกิจแตกต่างกันไป และรอดูท่าทีของรัฐมนตรีคลังยุโรปต่อเรื่องกรีซ ในการประชุมที่จะมีขึ้นช่วงสุดสัปดาห์นี้

ดัชนีเอฟทีเอสอี 100 ของลอนดอน ลดลง 0.49% มาอยู่ที่ 7,028.24 จุด ขณะที่ดัชนีแค็ก 40 ของฝรั่งเศส ขยับขึ้น 0.36 % มาอยู่ที่ 5,211.09 จุด

ส่วนดัชนีแด็กซ์ 30 ของเยอรมนี ร่วงลง 0.60% ปิดซื้อขายที่ 11,867.37 จุด แม้รัฐบาลเยอรมนีจะออกมาปรับเพิ่มตัวเลขคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจในปีนี้ ขึ้นมาอยู่ที่ 1.8% ก็ตาม

ราคาน้ำมันสหรัฐลดต่อเนื่อง
ราคาน้ำมันดิบสหรัฐ ปรับตัวลดลงต่อเนื่อง หลังข้อมูลรายสัปดาห์ แสดงให้เห็นถึงปริมาณน้ำมันสำรองที่เพิ่มสูงขึ้น แม้การผลิตจะลดลงก็ตาม

ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส อินเตอร์มีเดียท ส่งมอบเดือนมิถุนายน ในตลาดไนเม็กซ์ สหรัฐ ลดลง 45 เซนต์ มาอยู่ที่ 56.16 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

แต่ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ ทะเลเหนือ ส่งมอบเดือนเดียวกัน ที่ตลาดลอนดอน อังฤษ ขยับขึ้น 65 เซนต์ มาอยู่ที่ 62.73 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

ในช่วง 1 สัปดาห์ นับถึงวันที่ 17 เมษายนที่ผ่านมา ปริมาณน้ำมันดิบสำรองสหรัฐ ขยับขึ้นเป็นสัปดาห์ที่ 15 ติดต่อกัน โดยล่าสุดเพิ่มขึ้นอีก 5.3 ล้านบาร์เรล และทำให้ปริมาณน้ำมันดิบสำรองยังทรงตัวอยู่ในระดับสูงเป็นประวัติการณ์ต่อไป

แม้ในช่วงเวลาเดียวกันนี้ ปริมาณการผลิตน้ำมันของสหรัฐ จะลดลงวันละ 18,000 บาร์เรล หรือราว 0.2% ก็ตาม