ซาอุดีอาระเบีย เริ่มภารกิจโจมตีทางอากาศในเยเมนร่วมกับกลุ่มพันธมิตร 10 ประเทศเพื่อตอบโต้กองกำลังกบฏฮูตี
ซาอุดีอาระเบีย เริ่มภารกิจโจมตีทางอากาศในเยเมนร่วมกับกลุ่มพันธมิตร 10 ประเทศเพื่อตอบโต้กองกำลังกบฏฮูตี ซึ่งกำลังรุกคืบประชิดเมืองเอเดน ฐานที่มั่นของประธานาธิบดีแห่งเยเมน ส่งผลให้ราคาน้ำมันโลกพุ่งสูงขึ้น
รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศของเยเมน นายริยาด ยาซีน ระบุว่า ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศโดยการนำของซาอุดีอาระเบียพุ่งเป้าไปที่การทำลายระบบป้องกันภัยทางอากาศและเครื่องยิงขีปนาวุธของพวกกบฏ
ขณะที่แถลงการณ์ร่วมของซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ คูเวต บาห์เรน และกาตาร์ ระบุว่า กลุ่มรัฐอาหรับจำเป็นที่จะต้องลงมือในครั้งนี้ เพื่อสกัดความก้าวร้าวของพวกฮูตีที่มีอิหร่านหนุนหลัง
ทั้งนี้ กลุ่มติดอาวุธฮูตี นิกายชีอะห์ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากกองกำลังรักษาความปลอดภัยเยเมน ได้รุกคืบพื้นที่ทางตอนใต้ของเยเมน และได้บุกยึดฐานทัพอากาศเชิงยุทธศาสตร์ในจังหวัดลาฮัจ เมื่อช่วงเช้าวันพุธ และมีรายงานว่า กลุ่มกบฎฮูตี กำลังรุกคืบมายังพื้นที่ตอนกลางของจังหวัดลาฮัจ ห่างจากจังหวัดเอเดน ที่ประธานาธิบดีฮาดีพำนักอยู่ราว 50 กิโลเมตร
วิกฤติในเยเมนครั้งนี้ ส่งผลให้ราคาน้ำมันโลกเมื่อวานนี้ (25 มี.ค.) ปรับสูงขึ้น โดยราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส อินเตอร์มีเดียท ส่งมอบเดือนพฤษภาคม ที่ตลาดไนเม็กซ์ สหรัฐ ปรับขึ้น 1.70 ดอลลาร์ มาอยู่ที่ 49.21 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ ทะเลเหนือ ส่งมอบเดือนเดียวกันที่ตลาดลอนดอน อังกฤษ เพิ่มขึ้น 1.37 ดอลลาร์ มาอยู่ที่ 56.48 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ขณะที่ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส อินเตอร์มีเดียท ส่งมอบเดือนพฤษภาคม ซื้อขายในตลาดสิงคโปร์ ช่วงเช้าวันนี้ (26 มี.ค.) ทะยานขึ้นมา 2.28 ดอลลาร์ มาอยู่ที่ 51.49 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนน้ำมันดิบเบรนท์ ทะเลเหนือ เพิ่มขึ้น 2.46 ดอลลาร์ มาอยู่ที่ 58.94 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ท่ามกลางความวิตกว่า ภาวะไร้เสถียรภาพทางการเมืองในเยเมน อาจกลายเป็นภัยคุกคามต่อผู้ผลิตน้ำมันในตะวันออกกลาง
ด้านทำเนียบขาวเปิดเผยว่า ประธานาธิบดีบารัก โอบามา ของสหรัฐ ได้สั่งการให้รัฐบาลสหรัฐให้การสนับสนุนด้านการขนส่งและข่าวกรองปฏิบัติการต้านก่อการร้ายในประเทศเยเมน แต่กองทัพสหรัฐไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงกับการใช้กำลังทหารในเยเมน แต่จะประสานงานกับทางซาอุดีอาระเบีย





