ตูนีเซียเตือนอาจมีผู้เสียชีวิตเพิ่ม จากเหตุกลุ่มติดอาวุธกราดยิง และจับตัวประก้นในพิพิธภัณฑ์ ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 21 ราย
โฆษกกระทรวงมหาดไทยตูนีเซียเตือนว่า ยอดผู้เสียชีวิตจากการโจมตีพิพิธภัณฑ์บาร์โด ในกรุงตูนิส อาจเพิ่มสูงขึ้น หลังกองกำลังรักษาความปลอดภัยเข้ายึดพื้นที่ได้แล้ว ล่าสุดพบผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 21 ราย ในจำนวนนี้ เป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติ 17 ราย
นายโมฮัมเหม็ด อาลี อารูลี โฆษกกระทรวงมหาดไทยตูนีเซีย แถลงว่า เจ้าหน้าที่ได้วิสามัญ 2 คนร้าย ที่ก่อเหตุบุกจับตัวประกันและกราดยิงใส่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่พิพิธภัณฑ์บาร์โด ช่วงเที่ยงวานนี่ (18 มี.ค.) ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 21 ราย และบาดเจ็บ 24 ราย ถือเป็นเหตุการณ์โจมตีครั้งร้ายแรงสุดครั้งหนึ่งของประเทศ
ทางด้านนายกรัฐมนตรีฮาบิน เอสซิด แถลงว่า ในจำนวนชาวต่างชาติที่เสียชีวิตนั้น ประกอบไปด้วย ชาวญี่ปุ่น 5 ราย อิตาลี 4 ราย สเปน 2 ราย โคลัมเบีย 2 ราย ชาวฝรั่งเศส โปแลนด์ และออสเตรเลีย ชาติละ 1 ราย
นายเอสซิดยังได้แสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และว่า ขณะที่ทางการกำลังสืบสวนถึงเรื่องที่เกิดขึ้น และวิธีการที่กลุ่มคนร้ายก่อเหตุ
เหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้น จากการที่กลุ่มคนร้ายประมาณ 5 คน ใช้อาวุธปืนกลมืออาก้า บุกเข้าไปในบริเวณพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติบาร์โด ที่ตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามอาคารรัฐสภาตูนีเซียในกรุงตูนิส กราดยิงใส่รถโดยสารของนักท่องเที่ยวที่เข้ามาจอดที่หน้าพิพิธภัณฑ์ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตทันที 8 ราย เป็นชาวตูนีเซีย 1 ราย และนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ 7 ราย
จากนั้นจึงใช้อาวุธจี้บังคับนักท่องเที่ยวที่เหลือเป็นตัวประกันอยู่ภายในพิพิธภัณฑ์ ก่อนที่กองกำลังรักษษความปลอดภัยตูนีเซีย จะตัดสินใจบุกเข้าไปช่วยเหลือตัวประกัน และยึดพื้นที่คืน
การปะทะกัน ส่งผลให้เจ้าหน้าที่เสียชีวิต 1 นาย คนร้ายเสียชีวิต 2 ราย ขณะที่คนร้ายที่เหลือสามารถหลบหนีไปได้





