วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

น้ำแข็งขั้วโลกเหนืออาจหมดใน 20 ปี

นักวิทยาศาสตร์เผย ใน 20-30 ปีข้างหน้า ขั้วโลกเหนืออาจไม่มีน้ำแข็งหลงเหลืออีก เนื่องจากทะเลน้ำแข็งลดลงเร็วขึ้น

ทีมนักวิทยาศาสตร์สหรัฐเผย อัตราการลดลงของทะเลน้ำแข็งในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ซึ่งมีอัตราเร็วขึ้น บ่งชี้ว่าขั้วโลกเหนือในฤดูร้อนอีก 20-30 ปีข้างหน้าอาจไม่มีน้ำแข็งเหลืออยู่เลย

ศูนย์ศึกษาน้ำแข็งและหิมะแห่งชาติสหรัฐ หรือเอ็นเอสไอดีซี ในเมืองโบลเดอร์ รัฐโคโรลาโด ซึ่งทำหน้าที่สังเกตการณ์การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในเขตอาร์กติกบริเวณขั้วโลกเหนือ และเขตแอนตาร์กติกบริเวณขั้วโลกใต้ เปิดเผยว่า ข้อมูลจากดาวเทียมแสดงให้เห็นว่า ทะเลน้ำแข็งในอาร์กติกลดปริมาณลงต่ำสุดเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของหลายปีที่ผ่านมา

นอกจากนี้ ข้อมูลดาวเทียมที่มีการบันทึกมาตั้งแต่ช่วงทศวรรษที่ 70 หรือกว่า 50 ปีก่อน แสดงให้เห็นว่า ในช่วง 20-30 ที่ผ่านมา อัตราการลดลงของปริมาณน้ำแข็งในช่วงฤดูร้อนของซีกโลกเหนือหรือราวเดือนมิถุนายนถึงกันยายน มีอัตราการลดลงที่มากขึ้นและรวดเร็วโดยเฉลี่ย 30% ขณะที่อุณหภูมิเฉลี่ยในอาร์กติกเพิ่มขึ้น 4 องศาเซลเซียส ซึ่งนักวิทยาศาสตร์คาดการณ์ว่า ฤดูร้อนของอาร์กติกในอีกราว 20-30 ปีข้างหน้าหรือเร็วกว่านั้น จะเป็นช่วงเวลาที่น้ำแข็งละลายหายหมดไปอย่างสิ้นเชิง

ทั้งนี้ ข้อมูลดังกล่าวระบุว่า หากยังไม่มีการก่อตัวเพิ่มขึ้นของน้ำแข็งในอีก 2 สัปดาห์ข้างหน้า อาร์กติกจะมีทะเลน้ำแข็งในช่วงฤดูหนาวน้อยสุดเป็นประวัติการณ์ แต่ดร.มาร์ค เซอร์เรซ ผู้อำนวยการของเอ็นเอสไอดีซีกล่าวว่า ยังมีความเป็นไปได้ที่น้ำแข็งจะก่อตัวอย่างฉับพลันในอีก 2 สัปดาห์ที่จะถึงนี้ ขึ้นอยู่กับรูปแบบอากาศ

ดร.เซอร์เรซระบุว่า ถึงแม้ในอีก 2 สัปดาห์ข้างหน้า อาร์กติกจะมีทะเลน้ำแข็งน้อยสุด ก็ไม่ได้หมายความว่าจะส่งผลให้ช่วงเดือนกันยายน ซึ่งเป็นช่วงสิ้นสุดฤดูร้อนของอาร์กติกมีน้ำแข็งน้อยที่สุดตามไปด้วย เห็นได้จากในช่วงฤดูร้อนปี 2555 ที่มีน้ำแข็งน้อยสุด แต่ในฤดูหนาวถัดมากลับมีปริมาณน้ำแข็งอยู่ในเกณฑ์ค่าเฉลี่ย พร้อมกับเสริมว่า ประเด็นสำคัญของปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นนี้คือสัญญาณที่บ่งชี้ถึงการเปลี่ยนแปลงทางสภาพอากาศที่เกิดจากน้ำมือมนุษย์