วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

หุ้นสหรัฐร่วง 2 วันติด

ตลาดหุ้นสหรัฐปิดในแดนลบเป็นวันที่ 2 ติดต่อกัน ท่ามกลางการจับตามองอย่างใกล้ชิดถึงรายงานเศรษฐกิจของธนาคารกลางสหรัฐ

ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปิดซื้อขายเมื่อวานนี้ (4 มี.ค.) ลดลง 106.54 จุด หรือ 0.59% ที่ 18,096.83 จุด

ขณะที่ดัชนีเอส แอนด์ พี 500 ร่วงลง 9.22 จุด หรือ 0.44% มาอยู่ที่ 2,098.56 จุด ส่วนดัชนีแนสแด็ก ลดลง 12.76 จุด หรือ 0.26% ปิดซื้อขายที่ 4,967.14 จุด

ทั้งนี้ ในรายงานเศรษฐกิจเฟด ที่เรียกกันว่า "เบจ บุ๊ค"นั้น เฟดระบุว่า เศรษฐกิจสหรัฐยังเติบโตอย่างต่อเนื่องในระดับที่พอประมาณในช่วงต้นเดือนมกราคม ถึงกลางเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา แม้จะมีผลกระทบจากปัจจัยในเรื่องสภาพอากาศที่เลวร้ายในบางพื้นที่ของประเทศ

รายงานชี้ว่า กิจกรรมเศรษฐกิจ ใน 12 เขตธนาคารกลางนั้น ยังขยายตัวต่อเนื่องในเกือบทุกพื้นที่ทั่วประเทศ และเกือบทุกอุตสาหกรรม โดยสภาพอากาศที่เลวร้ายในช่วงเวลาดังกล่าว กลายเป็นแรงกดดันต่อการใช้จ่ายของผู้บริโภค และตลาดบ้านในบางพื้นที่ โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือของสหรัฐ

ส่วนการจ้างงานนั้น ยังอยู่ในระดับมีเสถียรภาพ หรือเพิ่มขึ้น ในหลายอุตสาหกรรม แต่เกือบทุกเขตเผชิญกับแรงกดดันในเรื่องการปรับขึ้นค่าจ้างแรงงาน และบริษัทบางราย จำเป็นต้องขึ้นค่าจ้าง เพื่อดึงดูดแรงงานมีฝีมือในตำแหน่งที่หาคนทำงานอยาก อาทิ บริษัทด้านการบริหาร ในเขตนิวยอร์ก

สำหรับเงินเฟ้อนั้น โดยทั่วไปยังอ่อนแออยู่ เกือบทุกเขตรายงานถึงอัตราเงินเฟ้อที่ไม่เปลี่ยนแปลง หรือเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

ขณะที่ตลาดหลักทรัพย์ในยุโรปนั้น ส่วนใหญ่ปรับสูงขึ้นเล็กน้อย เนื่องจากนักลงทุนพากันจับตารอการแถลงของประธานธนาคารยุโรป หรืออีซีบี "นายมาริโอ ดรากี" วันนี้ ถึงรายละเอียดในมาตรการเข้าซื้อสินทรัพย์จากตลาด ช่วงปลายเดือนมีนาคม

ดัชนีเอฟทีเอสอี 100 ของตลาดลอนดอน อังกฤษ ขยับขึ้น 0.44% มาอยู่ที่ 6,919.24 จุด

ส่วนดัชนีแด็กซ์ 30 ตลาดแฟรงก์เฟิร์ต เยอรมนี ปรับขึ้น 0.98% ที่ 11,390.83 จุด และดัชนีแค็ก40 ของตลาดปารีส ฝรั่งเศส ไต่ระดับขึ้น 0.99% ปิดซื้อขายที่ 4,917.35 จุด