วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ตะวันตกไร้น้ำยาหยุดยิงยูเครน

นักวิเคราะห์ชี้การสู้รบทางภาคตะวันออกของยูเครนยังไม่สิ้นสุด เย้ยหยันความพยายามตะวันตกในการเจรจาหยุดยิง

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันเสาร์ (21 ก.พ.) ว่า ข้อตกลงหยุดยิงฉบับล่าสุดที่ฝรั่งเศสและเยอรมนีเป็นผู้ไกล่เกลี่ย และลงนามที่กรุงมินสก์ เมืองหลวงเบราลุส เมื่อกว่าสัปดาห์ก่อน ถูกมองว่าไร้ประสิทธิภาพเช่นเดียวกับข้อตกลงฉบับก่อนหน้า เมื่อคู่ขัดแย้งแทบไม่ได้วางมือจากการสู้รบเลย กบฏแยกดินแดนนิยมรัสเซียยังคงโหมโจมตีเมืองชุมทางขนส่งสำคัญอย่าง เดบาล์ตเซเว จนทำให้กองกำลังรัฐบาลต้องล่าถอยอย่างหมดรูป
นายเลฟเกน โวโรเบียฟ จากสถาบันความสัมพันธ์ระหว่างประเทศโปแลนด์ กล่าวว่า นี่เป็นกรณีคลาสสิกของความตั้งใจดีที่เปิดประตูสู่นรก นายกรัฐมนตรีแองเกลา แมร์เคิลแห่งเยอรมนี ไม่ได้เตรียมแผนสำรองไว้หากข้อตกลงล่ม และไม่มีเครื่องมือบังคับใช้ ไม่ว่าจะเป็นกำลังทหารหรือมาตรการแซงชั่นเพิ่ม
อย่างไรก็ดี นักวิเคราะห์บางคนเชื่อว่า ศึกชิงเมืองเดบาล์ตเซเว ยากหลีกเลี่ยงได้ เพราะฝ่ายกบฏต้องการดินแดนและทรัพยากรเพิ่มสำหรับการจัดตั้งรัฐเล็กๆ ที่อยู่รอดได้ทางตะวันออกของยูเครน และฝรั่งเศสและเยอรมนีอาจตัดสินใจแล้วในการยอมรับว่า เมืองเดบาล์ตเซเว เป็นราคาของสันติภาพ เมื่อเมืองนี้ตกอยู่ในมือกบฏแล้ว อาจช่วยนำไปสู่การทำข้อตกลงหยุดยิงที่อายุยืนยาวกว่าเดิม
นักวิชาการหลายคนมองว่า ประธานาธิบดีปูตินบรรลุเป้าหมายหลักที่ต้องการแล้ว นั่นคือ การได้ไครเมีย และวิกฤติแช่แข็ง หรือสถานการณ์ที่การสู้รบหลักๆ ยุติลง แต่ทิ้งปัญหาอีกมากมายที่ไร้ข้อยุติทางตะวันออกของยูเครน ขณะนี้ผู้นำรัสเซียต้องการให้การสู้รบยุติลง เพื่อสกัดแรงกดดันจากต่างชาติ
รัสเซียเคยยุยงก่อวิกฤติแช่แข็งในเพื่อนบ้านมาก่อนอย่างในจอร์เจีย และมอลโดวา โดยกระตุ้นกลุ่มเคลื่อนไหวแบ่งแยกดินแดนจนมากพอทำให้ประเทศเหล่านั้นขาดเสถียรภาพ และไม่เป็นที่สนใจสำหรับการเข้ามาเป็นหุ้นส่วนของตะวันตก
อย่างไรก็ดี หากสองฝ่ายเคารพข้อตกลงหยุดยิง คาดรี ลิก จากสภาความสัมพันธ์ต่างประเทศของยุโรป กล่าวว่า กบฏและรัสเซียจะเป็นต่อ โดยเธอชี้ว่า ข้อตกลงมินสก์ฉบับลงนามเมื่อเดือนกันยายน ปูทางมาสู่วิกฤติแช่แข็ง แต่ฉบับที่สอง มีเงื่อนไขในข้อตกลงว่า ยูเครนจะได้กลับไปควบคุมพรมแดนของตนอีกครั้งภายในสิ้นปี และต้องหลังจากการปฏิรูปรัฐธรรมนูญ ซึ่งจะทำให้รัสเซียมีอิทธิพลในกิจการทางตะวันออกของยูเครนอีกพักใหญ่ ขณะยังไม่ชัดเจนว่า รัฐบาลเคียฟ ซึ่งต้องรับมือกับเศรษฐกิจดิ่งเหวและนักการเมืองฟาดฟันกัน พร้อมสำหรับการเจรจาทางการเมืองยากๆ
หรือไม่ ซึ่งหากไม่มีความก้าวหน้าทางการเมือง การสู้รบก็อาจจะกลับมาอีก