วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ผิดหวัง"วอลมาร์ท" ฉุด "ดาวโจนส์" ร่วง

ความผิดหวังในกำไรที่น้อยเกินคาดของห้างค้าปลีกรายใหญ่ของประเทศ "วอลมาร์ท" จุดชนวนให้เกิดการเทขายหุ้นบลูชิพในตลาดสหรัฐ

ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ของสหรัฐ ปิดซื้อขายวานนี้ (19 ก.พ.) ปรับตัวลง42.73 จุด หรือ 0.24% มาอยู่ที่ 17,987.12 จุด โดยมีหุ้นของวอล มาร์ท บริษัทค้าปลีกรายใหญ่สุดของสหรัฐ เป็นแกนนำขาลง จากราคาหุ้นบริษัทที่ร่วงลงไปถึง 3.2% หลังรายงานกำไรรายไตรมาสต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ โดยมีสาเหตุส่วนหนึ่งมาจากแผนการปรับขึ้นเงินเดือนพนักงาน 500,000 คนทั่วทั้งสหรัฐ

อย่างไรก็ดี การรายงานรายได้รายไตรมาสที่ทะยานขึ้นถึง 20% และการประกาศแผนซื้อหุ้นคืนมูลค่า 3,000 ล้านดอลลาร์ ของเว็บไซต์ด้านการเดินทาง "ไพรซ์ไลน์" ที่ทำให้ราคาหุ้นของบริษัททะยานขึ้นถึง 8.6% นั้น ช่วยหนุนให้ดัชนีแนสแด็ก ปิดตลาดปรับตัวขึ้น 18.34 จุด หรือ 0.37% มาอยู่ที่ 4,924.70 จุด

ขณะที่ดัชนีเอส แอนด์ พี 500 ลดลง 2.14 จุด หรือ 0.10% ปิดซื้อขายที่ 2,097.54 จุด

ส่วนตลาดหลักๆ ในยุโรป ส่วนใหญ่ปรับตัวสูงขึ้น ท่ามกลางความหวังถึงการหาทางออกในข้อขัดแย้งเรื่องหนี้กรีซ แม้ทางการเยอรมนีจะไม่ยอมรับข้อเสนอของรัฐบาลกรุงเอเธนส์ ที่ขอยืดเส้นตายข้อตกลงหนี้ฉบับปัจจุบันออกไป 6 เดือน แต่ 2 ฝ่ายก็บ่งชี้ถึงความเป็นไปได้ที่จะมีการหาทางออกร่วมกันในเรื่องนี้

ดัชนีแด็กซ์ 30 ตลาดแฟรงก์เฟิร์ต ของเยอรมนี ปรับเพิ่มขึ้น 0.37% ปิดที่ระดับ 11,001.94 จุด ก้าวข้ามเส้น 11,000 จุดเป็นครั้งแรก ขณะที่ดัชนีแค็ก 40 ของฝรั่งเศส เพิ่มขึ้น 0.71% มาอยู่ที่ 4,833.28 จุด แตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2551 เป็นต้นมา

เทรดเดอร์ ชี้ว่า ตลาดมีความเชื่อมั่นว่าจะต้องมีข้อตกลงในเรื่องกรีซออกมา แม้บรรดานักการเมืองจะมีความเห็นที่แตกต่างกันออกมา และไม่เชื่อว่ายุโรปจะปล่อยให้เกิดวิกฤติความเชื่อมั่นรอบใหม่ในเขตยูโรโซนขึ้นมาอีก ในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจกำลังส่งสัญญาณด้านบวก

อย่างไรก็ดี ดัชนีเอฟทีเอสอี 100 ของอังกฤษ ปรับลดลง 0.13% ปิดซื้อขายที่ 6,888.90 จุด จากการเข้าเทขายทำกำไร และตลาดตกอยู่ภายใต้แรงกดดันจากราคาน้ำมันที่ร่วงลง

น้ำมันร่วงต่อเนื่อง

ราคาน้ำมันปรับตัวลดลงต่อเนื่อง หลังจากที่กระทรวงพลังงานสหรัฐ รายงานปริมาณน้ำมันดิบสำรองรายสัปดาห์ นับถึงวันที่ 13 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เพิ่มขึ้นเกือบ 8 ล้านบาร์เรล ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์อีกครั้งหนึ่ง ทำให้เกิดความกังวลมากขึ้นเกี่ยวกับการจัดหาที่ล้นตลาด 

ในช่วงเปิดซื้อขายนั้น ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส อินเตอร์มีเดียท ส่งมอบเดือนมีนาคม ที่ตลาดไนเม็กซ์ ของสหรัฐ ดิ่งลงอย่างหนัก ไปอยู่ในระดับต่ำกว่า 50 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ก่อนจะค่อยๆ ฟื้นตัวขึ้นมา จนปิดตลาดลดลงจากวันก่อนหน้านี้ 98 เซนต์ มาอยู่ที่ 51.16 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

ส่วนราคาน้ำมันดิบเบรนท์ ทะเลเหนือ ส่งมอบเดือนเมษายน ที่ตลาดลอนดอน อังกฤษ ลดลงเล็กน้อย 32 เซนต์ มาอยู่ที่ 60.21 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล