ธนาคารกลางยุโรป เตรียมเพิ่มวงเงินกู้ฉุกเฉินให้กับสถาบันการเงินของกรีซ หลังรัฐบาลเตรียมยื่นขอต่อเวลาโครงการเงินกู้อีก 6 เดือน
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม เมื่อวันที่ 19 ก.พ. อ้างข้อมูลจากแหล่งข่าวซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงในธนาคารกลางยุโรป ( อีซีบี ) เผยเมื่อวันพุธ เรื่องการเตรียมขยายเพดานเงินกู้ในกองทุนช่วยเหลือสภาพคล่องฉุกเฉิน ( อีแอลเอ ) สำหรับภาคธนาคารของกรีซ เพิ่มอีก 3,300 ล้านยูโร ( ราว 123,420 ล้านบาท ) ส่งผลให้วงเงินอีแอลเอของรัฐบาลเอเธนส์เพิ่มเป็น 68,300 ล้านยูโร ( ราว 2.55 ล้านล้านบาท )
อย่างไรก็ตาม วงเงินในกองทุนอีแอลเอที่อีซีบีเพิ่มให้แก่ภาคธนาคารของกรีซในครั้งนี้ ต่ำกว่าที่ธนาคารกลางกรีซยื่นขอเอาไว้ที่ 10,000 ล้านยูโร ( ราว 374,000 ล้านบาท ) กระนั้นเมื่อสัปดาห์ที่แล้วอีซีบีเพิ่มวงเงินให้รัฐบาลเอเธนส์มาแล้วครั้งหนึ่ง 5,000 ล้านยูโร ( ราว 187,000 ล้านบาท )
ความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญล่าสุดของอีซีบีต่อสถานการณ์ทางการเศรษฐกิจของกรีซ มีขึ้นหลังนายยานิส วารูฟาคิส รมว.กระทรวงการคลังของรัฐบาลเอเธนส์ เผยเรื่องการเตรียมยื่นเอกสารคำร้องอย่างเป็นทางการภายในวันศุกร์ที่ 20 ก.พ. นี้ ต่อที่ประชุมยูโรกรุ๊ป หรือกลุ่มประเทศผู้ใช้เงินยูโรเป็นสกุลหลัก 19 ประเทศ เพื่อขอขยายระยะเวลาโครงการรับเงินช่วยเหลือออกไปอีก 6 เดือน หลังข้อตกลงเดิมที่ใช้มาตั้งแต่ปี 2553 กำลังจะหมดอายุในวันที่ 28 ก.พ. นี้
กรีซเข้าร่วมโครงการของ "ทรอยกา" ได้แก่ สหภาพยุโรป ( อียู ) ธนาคารกลางยุโรป ( อีซีบี ) และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ ( ไอเอ็มเอฟ ) เมื่อปี 2553 ด้วยข้อตกลงเป็นวงเงินจำนวน 240,000 ล้านยูโร ( ราว 8.9 ล้านล้านบาท ) แต่ปัจจุบันภาระหนี้สินกลับงอกเงยขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้ปัจจุบันภาระหนี้สินของกรีซอยู่ที่ราว 323,000 ล้านยูโร ( ราว 12 ล้านล้านบาท ) คิดเป็น 175.1% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ ( จีดีพี ) และรัฐบาลเอเธนส์ชุดปัจจุบันของนายกรัฐมนตรีอเล็กซิส ซีปราส ประกาศกร้าวต้องการรื้อข้อตกลงในโครงการเงินกู้ใหม่ โดยเฉพาะการยกเลิกมาตรการรัดเข็มขัด





