อินโดนีเซียได้เปรียบดุลการค้าเกินคาดในเดือนมกราคม ขณะที่ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวร่วงลง
สำนักงานสถิติแห่งชาติอินโดนีเซีย รายงานว่า อินโดนีเซีย ประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มียอดการส่งออกลดลง 8.09% จากปีก่อนหน้า มาอยู่ที่ 13,300 ล้านดอลลาร์ หรือราว 418,418 ล้านบาท และยอดการนำเข้าลดลง 15.59% มาอยู่ที่ 12,590 ล้านดอลลาร์ หรือราว 396,080 ล้านบาท ซึ่งแม้การส่งออกจะลดลงแต่มูลค่าการส่งออกก็สูงกว่ามูลค่าการนำเข้า
ผู้อำนวยการสำนักงานสถิติฯ นายซูร์ยามิน กล่าวว่า การลดลงของตัวเลขส่งออกและนำเข้าเกิดจากการดิ่งลงอย่างหนักของราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก
ข้อมูลล่าสุดของทางการ ระบุว่า เมื่อปีที่แล้ว เศรษฐกิจของอินโดนีเซียขยายตัว 5% ชะลอตัวลงจาก 5.8% ในปี 2556 และถือว่าซบเซาที่สุดนับตั้งแต่ปี 2552
ขณะที่บรรดานักวิเคราะห์ มองว่า ตัวเลขได้เปรียบดุลการค้าที่สูงเกินคาดนี้ ตอกย้ำถึงความท้าทายที่ประธานาธิบดีโจโก วิโดโด ต้องเผชิญ หลังจากเคยมีช่วงเวลาที่สดใสในช่วง 2-3 เดือนแรกหลังเข้ารับตำแหน่ง
ก่อนหน้านี้ นายวิโดโด ซึ่งชนะการเลือกตั้งจากการชูนโยบายฟื้นเศรษฐกิจที่ชะลอตัวของประเทศ ประกาศว่าจะดึงดูดนักลงทุน ด้วยการลดขั้นตอนที่ยุ่งยากของระบบราชการ และอัดฉีดงบประมาณเพื่อยกเครื่องระบบโครงสร้างพื้นฐานที่ล้าสมัยของประเทศ





