พลานาไลติคส์ ระบุ พายุหิมะที่พัดถล่มสหรัฐมาอย่างต่อเนื่อง อาจสร้างความเสียหายให้กับเศรษฐกิจสหรัฐราว 1,000 - 2,000 ล้านดอลลาร์ในปีนี้
พลานาไลติคส์ บริษัทวิจัยด้านสภาพอากาศเพื่อธุรกิจ ระบุว่า เหตุพายุหิมะพัดถล่มพื้นที่ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของสหรัฐมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะที่เมืองบอสตัน ซึ่งในช่วง 2 สัปดาห์ล่าสุดมานี้ ต้องรับมือกับหิมะที่ตกลงมาเกือบ 5 ฟุต เป็นเรื่องที่ไม่ดีทั้งกับเศรษฐกิจของบอสตัน หรือสหรัฐโดยรวม
อย่างไรก็ดี ความเสียหายที่เกิดขึ้น ยังถือว่าไม่มากนัก เมื่อเทียบกับปรากฏการณ์โพลาร์ วอร์เท็กซ์ หรือลมวนขั้วโลก เมื่อปี 2557 ที่สร้างความเสียหายให้กับเศรษฐกิจสหรัฐไปมากถึง 15,000 ล้านดอลลาร์
ทั้งนี้ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของสหรัฐ ยังคงต้องรับมือกับพายุหิมะที่ตกลงมาอย่างหนักอยู่ จนทำให้เดือนกุมภาพันธ์กลายเป็นเดือนที่มีหิมะตกมากเป็นประวัติการณ์ของเมืองบอสตัน โดยหิมะที่ตกลงมา ทำให้ต้องมีการยกเลิกเที่ยวบินไปแล้วมากกว่า 1,800 เที่ยว ส่วนใหญ่เป็นเที่ยวบินขาเข้า และออกจากสนามบินในบอสตัน และนิวยอร์ก ที่สภาพอากาศมีลมแรงถึง 97 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
พายุหิมะระลอกล่าสุดนี้ ยังสร้างความผิดหวังให้กับอุตสาหกรรมค้าปลีก ที่หวังจะทำยอดขายได้เพิ่มมากขึ้นในช่วงวันหยุดยาวสุดสัปดาห์เนื่องในวันประธานาธิบดี ซึ่งเป็นวันหยุดราชการของประเทศ และยังตรงกับวันวาเลนไทน์ด้วย





