ยูเออี และสเปน สั่งอพยพเจ้าหน้าที่ทางการทูตของตน หลังสถานการณ์ในเยเมนส่อเค้ารุนแรงขึ้น
สถานการณ์การสู้รบในประเทศเยเมนทวีความรุนแรงขึ้นทุกขณะ จนทำให้สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และสเปน สั่งปิดสถานทูต ตลอดจนอพยพเจ้าหน้าที่ทั้งหมดออกจากกรุงซานา เมืองหลวงของเยเมนเป็นการด่วน ตามรอยซาอุดีอาระเบีย, ฝรั่งเศส, เยอรมนี, อิตาลี, อังกฤษ, เนเธอร์แลนด์ และสหรัฐ ที่อพยพเจ้าหน้าที่ออกไปก่อนหน้านี้แล้ว
ความวุ่นวายในเยเมนเกิดขึ้นเมื่อกลุ่มกบฎ "ฮูตี" ซึ่งเป็นกลุ่มติดอาวุธนิกายชีอะต์ ได้บุกเข้ายึดทำเนียบประธานาธิบดี และสถานที่ทำการสำคัญ ๆ ของรัฐบาลในเมืองหลวง ก่อนจะประกาศยุบรัฐบาล และรัฐสภาลงเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา แล้วจัดตั้งคณะปกครองของตัวเองขึ้นมา โดยอ้างว่าทำลงไปเพื่อกำจัดข้าราชการที่คอรัปชั่น และแก้ไขหายนะทางเศรษฐกิจ ส่งผลให้นายบัน คี มุน เลขาธิการองค์การสหประชาชาติ ถึงกับกล่าวว่า "ประเทศเยเมนล่มสลายลงไปต่อหน้าต่อหน้าของพวกเรา เราไม่สามารถยืนดูอยู่เฉย ๆ ได้ แต่ต้องทำทุกอย่างที่เป็นไปได้เพื่อช่วยให้เยเมนกลับมาจากหายนะ และนำกระบวนการทางการเมืองกลับคืนมาเหมือนเดิม"
ขณะที่ประเทศในแถบภูมิภาคอ่าวเปอร์เซียมองว่าความวุ่นวายครั้งนี้มีอิหร่านอยู่เบื้องหลัง พร้อมดำเนินมาตรการปิดสถานทูตเพื่อโดดเดี่ยวผู้ปกครองชุดใหม่ของเยเมนให้หันหน้าเข้าเจรจา นอกจากนี้ รัฐมนตรีต่างประเทศของ 6 ชาติสมาชิกสภาความร่วมมือภูมิภาคอ่าวเปอร์เซียกำลังจัดประชุมกันที่กรุงริยาดห์ เมืองหลวงของซาอุดีอาระเบีย อยู่ในวันนี้ เพื่อหาทางคลี่คลายวิกฤติเยเมนอยู่ด้วย
สำหรับสถานการณ์การสู้รบล่าสุดระหว่างกลุ่มติดอาวุธฮูตี กับกลุ่มนักรบนิกายสุหนี่ในกรุงเยเมนนั้น ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตไปอีก 26 คน โดยการปะทะกันอย่างดุเดือดเกิดขึ้นในเมืองอัล-เบย์ด้า ซึ่งเป็นเมืองภูเขาทางภาคใต้ของเยเมน





