ยูเครน ระบุว่า กองกำลังกบฎแบ่งแยกดินแดน ได้เสริมที่มั่นต่างๆ ในพื้นที่ภาคตะวันออกของประเทศ ให้แข็งแกร่งขึ้นด้วยรถถังและระบบขีปนาวุธ
ยูเครน ระบุว่า กองกำลังกบฎแบ่งแยกดินแดน ได้เสริมที่มั่นต่างๆ ในพื้นที่ภาคตะวันออกของประเทศ ให้แข็งแกร่งขึ้นด้วยรถถังและระบบขีปนาวุธ ในขณะที่การเจรจาแบบมาราธอนของ 4 ชาติ ประกอบด้วยยูเครน, รัสเซีย, เยอรมนีและฝรั่งเศส ที่กรุงมินสค์ ของเบรารุส ได้บรรลุข้อตกลงที่นำไปสู่การหยุดยิงระหว่างทหารของยูเครนกับกลุ่มกบฎแบ่งแยกดินแดน ที่จะเริ่มขึ้นในวันอาทิตย์นี้ แต่ทุกฝ่ายต่างระบุว่า หนทางยังอีกยาวไกลกว่าที่จะไปถึงสันติภาพที่แท้จริง
โฆษกของกองทัพยูเครน แถลงสรุปประจำวันในช่วงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากทั้ง 4 ชาติ บรรลุข้อตกลงกันว่า การสู้รบอย่างเข้มข้น มาจากจำนวนที่พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วของประชาชนที่พยายามอพยพหนีออกจากเมืองที่อยู่ในแนวหน้า เขาบอกด้วยว่า ในขณะที่การเจรจาที่กรุงมินสค์ลาก ยาวมาจนถึงคืนวันพุธ ก็มีรถถังราว 50 คัน, ระบบขีปนาวุธ 40 เครื่อง และรถหุ้มเกราะอีก 40 คัน แล่นจากรัสเซียผ่านจุดผ่านแดนอิซวารีน เข้าไปยังภูมิภาคลูฮันสค์ ทางตะวันออกของยูเครน
รัสเซียได้ปฏิเสธว่า ไม่ได้ให้ความช่วยเหลือทั้งในด้านกำลังทหารและอาวุธใหักับฝ่ายกบฎ แต่องค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ หรือ นาโต ระบุว่า มีหลักฐานอย่างท่วมท้นที่ตรงกันข้ามกับคำปฏิเสธของรัสเซีย
โฆษกของกองทัพยูเครน ระบุว่า กลุ่มกบฎได้เสริมความแข็งแกร่งให้กับที่มั่นหลายแห่ง โดยเฉพาะที่เมืองเดบอลท์เซฟ ซึ่งเป็นเมืองยุทธศาสตร์และเป็นที่ตั้งของชุมทางรถไฟ ที่มีการปะทะกันอย่างหนักหน่วงในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา และย้ำว่า ฝ่ายรัฐบาลจะไม่ยอมจำนนใดๆ ด้านนายเอดูอาร์ด บาซูริน ผู้บัญชาการของฝ่ายกบฎ อ้างว่า กองกำลังของเขาได้ล้อมกรอบทหารยูเครนในเมืองเดบอลท์ เซฟเอาไว้หมดแล้วและทางเลือกเดียวที่เหลืออยู่คือยอมจำนน แต่ก็ย้ำว่า ฝ่ายเขาพร้อมที่จะให้เกียรติข้อตกลงที่กรุงมินสค์ แต่ทหารยูเครนจะต้องวางอาวุธและออกไปจากเมือง
ผู้บัญชาการกลุ่มกบฎ ได้กล่าวโทษกองทัพยูเครนว่า โจมตีที่มั่นของพวกเขาในหลายพื้นที่เมื่อวันพฤหัสบดี และมีการยิงปืนใหญ่ในเมืองดาเนี้ยตสค์ 4 ครั้ง ที่มีพลเรือนเสียชีวิต แต่รายงานเรื่องนี้ไม่สามารถตำรวจสอบได้ ขณะที่ผู้เห็นเหตุการณ์ในเมืองดาเนี้่ยตสค์ ระบุว่า มีเสียงยิงปืนใหญ่ดังประปรายตลอดทั้งวัน แต่ไม่แน่ชัดว่า เป้าหมายอยู่ที่ไหน และเป็นเสียงปืนของฝ่ายใด





