ทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า ระดับการรั่วไหลของน้ำปนเปื้อนสารกัมมันตรังสีในโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟูกูชิมา ไดอิจิยังน่ากังวล
นับตั้งแต่เกิดเหตุแผ่นดินไหวครั้งรุนแรงเมื่อเดือนมีนาคม 2554 จนทำให้เตาปฏิกรณ์ในโรงไฟฟ้าฟูกูชิมาเกิดหลอมละลาย บริษัทเทปโก ซึ่งเป็นผู้ดำเนินการโรงไฟฟ้าแห่งนี้ ต้องดิ้นรนอย่างหนักในการออกมาตรการกู้วิกฤติเบื้องต้น และมาตรการอื่นๆที่จำเป็นในการปลดประจำการโรงไฟฟ้าที่ได้รับความเสียหายแห่งนี้ เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำปนเปื้อนไหลลงสู่มหาสมุทรแปซิฟิค
ล่าสุด ผู้อำนวยการฝ่ายวัฏจักรเชื้อเพลิงนิวเคลียร์และเทคโนโลยีขยะของทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (ไอเออีเอ) นายฮวน เลนติโฮ กล่าวว่า ปัญหาน้ำปนเปื้อนที่ถูกพูดถึงมาตลอด ยังคงเป็นหนึ่งในปัญหาระยะสั้นที่น่ากังวลมากที่สุด และเสริมว่า หนึ่งในเป้าประสงค์หลักของไอเออีเอในภารกิจนี้คือ การทบทวนขอบเขตของมาตรการเหล่านี้ว่า มีความคืบหน้ามากน้อยเพียงใด พร้อมระบุว่า สถานการณ์ดังกล่าวมีแนวโน้มดีขึ้นเรื่อย ๆ นับตั้งแต่ปี 2556
ปัจจุบัน เทปโก ได้ดำเนินการแก้ปัญหาไปแล้วหลายขั้นตอน รวมถึงการนำแท่งเชื้อเพลิงของโรงไฟฟ้าออก ขณะที่การรื้อถอนโรงไฟฟ้าและการขจัดสารปนเปื้อนในบริเวณใกล้เคียงอาจต้องใช้เวลาหลายสิบปี และเสียค่าใช้จ่ายอีกหลายสิบล้านดอลลาร์
ทั้งนี้ ไอเออีเอ จะส่งทีมผู้เชี่ยวชาญ 15 คนไปโรงไฟฟ้าฟูกูชิมา ไดอิจิ เพื่อตรวจสอบความคืบหน้าการแก้วิกฤติดังกล่าวในวันพุธ (11 ก.พ.) และจะเผยรายงานการตรวจสอบในวันอังคารที่ 17 กุมภาพันธ์นี้





