รัฐมนตรีเศรษฐกิจกรีซเผย กรีซอาจหมดเงินสดภายในไม่กี่สัปดาห์ หากไม่สามารถเข้าถึงเงินทุนเพิ่มเติม
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐกิจของกรีซ นายจอร์จ สแตทธากิส ให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์วอลล์สตรีท เจอร์นัล โดยเตือนว่า กรีซอาจจะหมดเงินสดภายในไม่กี่สัปดาห์ หากไม่สามารถเข้าถึงเงินทุนจากกองทุนต่างๆเพิ่มเติม อันเป็นผลมาจากการที่เยอรมนีและผู้ปล่อยกู้ในยุโรปอื่นๆไม่ช่วยแบ่งเบาภาระหนี้สินให้แก่กรีซ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐกิจของกรีซ ระบุว่า รายได้จากการจัดเก็บภาษีของรัฐบาลที่ลดลงอย่างมากในช่วงที่ผ่านมา ประกอบกับ รายได้ด้านอื่นๆจะกดดันให้ประเทศขาดสภาพคล่องในเดือนมีนาคม และฐานะการเงินการคลังของประเทศก้าวเข้าสู่ภาวะล้มละลาย ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นจริง ยุโรปทั่วทั้งภูมิภาคจะต้องประสบปัญหาอย่างรุนแรง
ทั้งนี้ รายได้จากการจัดเก็บภาษีของกรีซเดือนธ.ค.ลดลง 7% หรือประมาณ 1,500 ล้านยูโร เมื่อเทียบกับเดือนพ.ย.และมีแนวโน้มว่ารายได้จากการจัดเก็บภาษีในเดือนม.ค.จะลดลงในระดับเท่ากับเดือนธ.ค.
วันเดียวกันนี้ สแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์ หรือเอสแอนด์พี ได้ปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของกรีซซึ่งอยู่ในระดับขยะอยู่แล้วลงอีก 1 ขั้น สู่ B- จาก B พร้อมคงเครดิตพินิจแนวโน้มเป็นลบ โดยให้เหตุผลถึงภาวะเงินตึงตัวของประเทศ
เอสแอนด์พี ระบุว่า ภาวะสภาพคล่องตึงตัว ซึ่งเป็นปัจจัยถ่วงภาคธนาคารและเศรษฐกิจของกรีซ ได้จำกัดกรอบเวลาที่รัฐบาลชุดใหม่จะสามารถบรรลุข้อตกลงเกี่ยวกับโครงการเงินกู้ครั้งใหม่ และการเจรจาที่ยืดเยื้อกับเจ้าหนี้ อาจเพิ่มแรงกดดันมากขึ้นต่อเสถียรภาพทางการเงิน ซึ่งกรณีเลวร้ายที่สุดที่อาจเกิดขึ้นได้คือ กรีซอาจต้องพ้นจากการเป็นสมาชิกของยูโรโซน
ด้านมูดีส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิส ขู่ที่จะปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของกรีซลงจากระดับ Caa1 (อ่านว่าซี-เอ-เอ-หนึ่ง) เนื่องจากมีความไม่แน่นอนค่อนข้างมากที่กรีซ และเจ้าหนี้จะไม่สามารถบรรลุข้อตกลงเพื่อสนับสนุนสถานะการเงินของประเทศให้แข็งแกร่งขึ้น





