แมคโดนัลด์กำไรร่วง 21% ยอดขายตกต่ำทั่วโลก ต้องปรับแผนขยายกิจการ
บริษัทฟาสต์ฟู้ดรายใหญ่ของโลก "แมคโดนัลด์" ปรับลดแผนขยายกิจการภายหลังจากที่ผลกำไรไตรมาส 4 ของปีที่แล้วร่วงลงถึง 21% ขณะที่ยอดขายตกต่ำทั่วโลก
แมคโดนัลด์แถลงเมื่อวันศุกร์ (23 ม.ค.) ว่า ค่าใช้จ่ายฝ่ายทุนประจำปี 2558 จะอยู่ที่ราว 2,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งถือว่าต่ำสุดในรอบกว่าห้าปี สะท้อนให้เห็นว่าทางบริษัทมีแผนลดจำนวนการเปิดสาขาใหม่ในตลาดที่ท้าทายลง
ความเคลื่อนไหวครั้งนี้มีขึ้นภายหลังจากที่แมคโดนัลด์ ซึ่งปัจจุบันมีสาขาอยู่ทั่วโลกกว่า 36,000 สาขา รายงานว่า ในไตรมาส 4 ของปี 2557 ผลกำไรทั่วโลกลดลงถึง 21% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2556 มาอยู่ที่ 1,100 ล้านดอลลาร์ ขณะที่รายได้ในช่วงเดียวกันปรับลดลง 7% มาอยู่ที่ 6,500 ล้านดอลลาร์
ส่วนกำไรสุทธิทั้งปีลดลง 15% เหลือ 4,700 ล้านดอลลาร์ ขณะที่รายได้ทั้งปีลดลง 2% เหลือ 27,400 ล้านดอลลาร์ ทางด้านยอดขายจากสาขาเดิมที่มีอยู่ทั่วโลกนั้นลดลง 1% สะท้อนให้เห็นว่าลูกค้าในตลาดหลัก ๆ ทั่วโลกลดจำนวนลง
ประธานและหัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่บริหาร หรือซีอีโอ ของแมคโดนัลด์ "นายดอน ธอมป์สัน" กล่าวว่า ปีที่แล้วเป็นปีแห่งความท้าทายของแมคโดนัลด์ทั่วโลก โดยเหตุการณ์ที่คาดไม่ถึง และการดำเนินงานที่ซบเซาได้กดดันผลประกอบการของร้านแมคโดนัลด์ในทุกภูมิภาค ทำให้ทางบริษัทต้องดำเนินการขั้นเด็ดขาดในทันที เพื่อฟื้นคืนยอดขาย จำนวนลูกค้า และส่วนแบ่งการตลาด





