ประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโรของเวเนซุเอลา ประกาศขึ้นค่าแรงขั้นต่ำอีก 15% หวังกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ
ประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโรของเวเนซุเอลา ประกาศขึ้นค่าแรงขั้นต่ำอีก 15% และมีแผนที่จะคงระบบอัตราแลกเปลี่ยนหลายอัตราไว้ หวังกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศที่กำลังเข้าขั้นวิกฤติ
นายมาดูโร กล่าวสุนทรพจน์ประจำปีต่อประชาชนเมื่อวันพุธตามเวลาท้องถิ่นว่า จะขึ้นค่าแรงขั้นต่ำอีก 15% หลังจากเคยปรับขึ้น 15% เมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา และระบุว่า ระบบอัตราแลกเปลี่ยนทั้งหมดเป็นระบบที่เปลี่ยนแปลงได้
อย่างไรก็ตาม ผู้นำเวเนซุเอลา ไม่ได้ให้รายละเอียดเรื่องอัตราแลกเปลี่ยนมากนัก กล่าวแต่เพียงว่า อัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงินดอลลาร์ ซึ่งเป็นสกุลเงินสำคัญที่ใช้ในการซื้ออาหารและยา ปัจจุบันอยู่ที่ 6.3 โบลิวาร์ต่อดอลลาร์ ขณะที่อัตราแลกเปลี่ยนในตลาดมืดอยู่ที่ 177 โบลิวาร์ต่อดอลลาร์ พร้อมทั้งเสริมว่า ทีมเศรษฐกิจของเขาจะประชุมกันเรื่องระบบอัตราแลกเปลี่ยนเร็ว ๆ นี้
ปัจจุบัน ชาวเวเนซุเอลา กำลังได้รับผลกระทบจากอัตราเงินเฟ้อที่สูงถึง 64% รวมถึงการขาดแคลนอาหาร และนโยบายจำกัดสินค้าของรัฐบาล นอกจากนี้ เวเนซุเอลายังเผชิญกับเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ตั้งแต่ก่อนราคาน้ำมันดิบจะลดลงอย่างหนักเช่นในปัจจุบัน ซึ่งซ้ำเติมวิกฤติเศรษฐกิจของประเทศให้เลวร้ายยิ่งขึ้น เนื่องจากต้องพึ่งพารายได้จากน้ำมันถึง 96%
บรรดานักวิเคราะห์ ให้ความเห็นว่า เวเนซุเอลา ซึ่งพึ่งพาน้ำมันสำรองมากที่สุดในโลก จำเป็นต้องขายน้ำมันในราคา 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพื่อรักษางบประมาณของตัวเอง ซึ่งนายมาดูโร ยอมรับว่า ราคาน้ำมันคงยังไม่กลับมาแตะที่ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในเร็วๆนี้ จึงมองว่า ทุกฝ่ายจำเป็นต้องหารือกันเกี่ยวกับการปรับตัวเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมันเชื้อเพลิง ที่ได้รับการอุดหนุน ทำให้เป็นชาติที่บริโภคน้ำมันในราคาถูกที่สุดในโลก





