ราคาน้ำมันที่ดิ่งลงอย่างหนัก ฉุดให้ดัชนีหุ้นสหรัฐปรับตัวลง ภายใต้การนำของหุ้นกลุ่มพลังงาน
ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปิดซื้อขายเมื่อวานนี้ (12 ม.ค.) ที่ 17,646.08 จุด ลดลง 91.29 จุด หรือ 0.51% ขณะที่ดัชนีเอส แอนด์ พี 500 ร่วงลง 16.23 จุด หรือ 0.79% มาอยูที่ 2,028.58 จุด และดัชนีแนสแด็ก ลดลง 36.36 จุด หรือ 0.84% มาอยู่ที่ 4,664.71 จุด
ขาลงของตลาดสหรัฐ อยู่ภายใต้การนำของหุ้นกลุ่มพลังงาน ที่โดนเทขายอย่างหนัก หลังราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก ดิ่งลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 6 ปี ซึ่งเทรดเดอร์ชี้ว่า ตลาดกำลังตกอยู่ในภาวะตึงเครียด จากราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับต่ำ และการคาดการณ์ถึงการชะลอตัวในการเติบโตของเศรษฐกิจโลก
อย่างไรก็ดี ดัชนีหุ้นสำคัญๆ ในยุโรป ยังเคลื่อนไหวอยู่ในแดนบวก โดยได้แรงหนุนจากความหวังถึงการที่ภาครัฐจะดำเนินมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ หรือคิวอี เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ เข้ามาชดเชยกับความวิตกในเรื่องขาลงของราคาน้ำมัน
ดัชนีเอสทีเอสอี 100 ตลาดลอนดอน อังกฤษ ปิดซื้อขายในระดับที่แทบจะไม่เปลี่ยนแปลงจากวันก่อนที่ 6,502.14 จุด ขณะที่ดัชนีแด็กซ์ 30 ของตลาดแฟรงก์เฟิร์ต เยอรมนี ไต่ระดับขึ้นมา 1.38% ที่ 9,781.9 จุด และดัชนีแค็ก 40 ของปารีส ฝรั่งเศส ปรับขึ้น 1.18% ปิดตลาดที่ 4,228.24 จุด





