วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ผู้นำโลกร่วมเดินขบวนต้านก่อการร้าย

ผู้คนกว่าล้าน พร้อมผู้นำทั่วโลก ร่วมเดินขบวนครั้งประวัติศาสตร์ในกรุงปารีส ต่อต้านก่อการร้ายและลัทธิหัวรุนแรง

หลังเหตุยิงถล่มชาร์ลี เอบโดและการจับตัวประกันที่ซูเปอร์มาร์เกต สื่อเยอรมนีอ้างเหตุนองเลือดฝรั่งเศส อาจเป็นสัญญาณจุดเริ่มต้นโจมตีระลอกใหม่ในยุโรป ด้านกลุ่มอัลกออิดะห์ในคาบสมุทรอาระเบีย ขู่ฝรั่งเศสเลิกรุกรานมุสลิมไม่เช่นนั้นจะถูกโจมตีอีก

ผู้คนกว่าล้านพร้อมผู้นำทั่วโลกเดินขบวนครั้งประวัติศาสตร์ในกรุงปารีสเพื่อแสดงการต่อต้านก่อการร้ายและแนวคิดหัวรุนแรง โดยผู้นำอิสราเอลกับปาเลสไตน์ได้แสดงความเป็นเอกภาพครั้งประวัติศาสตร์เข่นกัน ด้วยการเข้าร่วมเดินขบวนครั้งนี้ เพื่อไว้อาลัยแก่ผู้เสียชีวิตจากเหตุนองเลือดในฝรั่งเศส

นอกจากนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮูแห่งอิสราเอลกับประธานาธิบดีมาห์มูด อับบาสแห่งปาเลสไตน์แล้ว กษัตริย์และราชินีแห่งจอร์แดนทรงเข้าร่วมเดินขบวนด้วย รวมถึงผู้นำหลายชาติในยุโรป อย่างนายกรัฐมนตรีแองเกลา แมร์เคิลแห่งเยอรมนี นายกรัฐมนตรีเดวิด คาเมรอนแห่งอังกฤษ นายกรัฐมนตรีแมตเทโร เรนซีแห่งอิตาลี ทั้งยังมีตัวแทนของสันนิบาตอาหรับและผู้นำชาติมุสลิมในแอฟริกาอย่างนายกรัฐมนตรีอาห์เมต ดาวูโตกลูแห่งตุรกี สำหรับสหรัฐนั้นมีรัฐมนตรียุติธรรมไปร่วมเดินขบวน

เจ้าหน้าที่ระดมกำลังไปเพิ่มการรักษาความปลอดภัย มีการระดมทหารและตำรวจเพิ่มเติมกว่า 5,000 นาย เพื่อดูแลขบวน รวมถึงประจำการหน่วยแม่นปืนตามเส้นทาง หลังจากเกิดเหตุยิงถล่มสำนักงานนิตยสารชาร์ลี เอบโด และเหตุจับตัวประกันที่ซูเปอร์มาร์เกตชาวยิว ทั้งยังมีการลาดตระเวนตามสำนักงานสื่อ

นายกรัฐมนตรีมานูเอล วัลส์แห่งฝรั่งเศส กล่าวว่า ไม่ต้องสงสัยเลยว่าผู้คนหลายล้านคนได้ออกไปแสดงความรักเสรีภาพและภราดรภาพ

ก่อนหน้าการเดินขบวนวานนี้ (11 ม.ค.) ผู้คนกว่า 700,000 คน ได้ออกไปชุมนุมตามท้องถนนในเมืองใหญ่ๆ ทั่วฝรั่งเศสเมื่อวันเสาร์ (10 ม.ค.) หลายคนถือป้ายข้อความ "jesuischarlie" หรือฉันคือชาร์ลี เพื่อร่วมไว้อาลัยแก่ผู้เสียชีวิตจากเหตุยิงถล่มนิตยสารแนวเสียดสี หลายคนชูปากกาเพื่อเป็นสัญลักษณ์เสรีภาพในการแสดงออกหลังจากชาร์ลี เอบโดตกเป็นเป้าหมายเพราะเขียนการ์ตูนล้อเลียนศาสดามูฮัมหมัด

อัลกออิดะห์เตือนเลิกรุกรานอิสลาม

ประธานาธิบดีฟรังซัวส์ ออลลองด์แห่งฝรั่งเศส ซึ่งเป็นผู้นำการเดินขบวน กล่าวว่าฝรั่งเศสจะไม่ย่อหย่อนในการรักษาความปลอดภัยและเตรียมพร้อมรับมือกรณีเกิดเหตุร้ายครั้งใหม่

"คนบ้าคลั่งเหล่านี้ไม่เกี่ยวข้องอะไรกับศาสนาอิสลาม ขณะเดียวกัน ฝรั่งเศสก็ยังไม่เห็นจุดสิ้นสุดของการเผชิญภัยคุกคาม" นายออลลองด์กล่าวทางโทรทัศน์

3 วันหลังจากคนร้ายที่อ้างว่าเป็นสมาชิกกลุ่มอัลกออิดะห์และกลุ่มหัวรุนแรงได้ก่อเหตุร้าย กลุ่มอัลกออิดะห์ในคาบสมุทรอาระเบีย (เอคิวเอพี) ซึ่งมีฐานในเยเมนก็ได้ออกมาขู่ โดยนายฮาริธ อัลนาดารี แห่งกลุ่มเอคิวเอพี เตือนฝรั่งเศสให้ยุติการรุกรานชาวมุสลิม ไม่เช่นนั้นจะถูกโจมตีอีก

ด้านหนังสือพิมพ์บิลด์ของเยอรมนีกล่าวว่าเหตุนองเลือดในฝรั่งเศส อาจเป็นสัญญาณของจุดเริ่มต้นโจมตีระลอกใหม่ในยุโรป พร้อมอ้างข้อมูลจากการสื่อสารของผู้นำกลุ่มรัฐอิสลาม (ไอเอส) ที่หน่วยข่าวกรองสหรัฐดักฟังได้

รายงานข่าวระบุว่า สำนักงานความมั่นคงของสหรัฐได้ดักฟังการสื่อสารซึ่งผู้นำกลุ่มนักรบศักดิ์สิทธิ์ประกาศจะลงมือโจมตีระลอกใหม่

อย่างไรก็ตาม กลุ่มฮามาสในปาเลสไตน์ ได้ประณามการก่อเหตุครั้งนี้ว่าเป็นการก่อการร้ายที่ไม่มีเหตุผล

ขณะที่เมื่อเช้าวานนี้ หนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งของเยอรมนีในเมืองฮัมบูร์กที่นำภาพการ์ตูนล้อเลียนศาสดามูฮัมหมัดของชาร์ลี เอบโด มาตีพิมพ์ซ้ำ ได้ถูกขว้างปาก้อนหินและวัตถุติดไฟเข้าใส่ แต่ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ

ทั้งนี้ เหตุนองเลือดในฝรั่งเศสเปิดฉากในวันพุธ (7 ม.ค.) เมื่อนายเชรีฟกับซาอิด คูอาชี สองพี่น้อง บุกเข้าไปยังถล่มสำนักงานชาร์ลี เอบโด แล้วหนีออกมาทำให้เกิดการไล่ล่านานกว่า 48 ชั่วโมง จากนั้นนายอาเมดี คูลิบาลี ได้ยิงตำรวจหญิงเสียชีวิตชานกรุงปารีส แล้วบุกเข้าไปในซูเปอร์มาร์เกตชาวยิวพร้อมจับประชาชนไว้เป็นตัวประกัน ส่วนสองพี่น้องก็จับคนไว้เป็นตัวประกันเช่นกัน จนกระทั่งหน่วยคอมมานโดได้บุกเข้าช่วยตัวประกันในทั้งสองจุด ทำให้คนร้ายเสียชีวิตและในกรณีของเหตุการณ์ที่ซูเปอร์มาร์เกตนั้น มีชาวยิวเสียชีวิต 4 ราย

ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังพยายามไล่ล่า น.ส.ฮายัต บูร์เมดเดีเน วัย 26 ปี ภรรยาของนายคูลิบาลี ซึ่งแหล่งข่าวด้านความมั่นคงของตุรกีเผยว่าน.ส.บูร์เมดดีเนได้เดินทางเข้าไปในตุรกีเมื่อวันที่ 2 ม.ค. และเดินทางต่อไปยังซีเรียแล้ว

มารดาและน้องสาวของนายคูลิบาลีได้ประณามการกระทำของเขา ว่าครอบครัวไม่ได้มีแนวคิดหัวรุนแรงแบบเดียวกัน และหวังว่าจะไม่มีความสับสนระหว่างการกระทำอันน่ารังเกียจเหล่านี้กับศาสนาอิสลาม

ข่าวกรองล้มเหลว

นายวัลส์ยอมรับว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสะท้อนอย่างชัดเจนถึงความล้มเหลวด้านการข่าว เพราะนายเชรีฟเคยถูกตัดสินว่ามีความผิดเมื่อปี 2551 ฐานมีส่วนร่วมในเครือข่ายส่งนักรบไปอิรัก ส่วนนายซาอิดเคยเดินทางไปเยเมนเมื่อปี 2554 และได้รับการฝึกให้ใช้อาวุธจากกลุ่มเอคิวเอพี

ส่วนนายคูลิบาลีเคยพบกับนายเชรีฟในคุก และถูกตัดสินจำคุก 5 ปีเมื่อปี 2556 ฐานพยายามแหกคุกให้นายเอสมาอิน อาลี เบลคาเซม ชาวแอลจีเรีย

ก่อนถูกบุกเข้าช่วยตัวประกันและเสียชีวิต นายเชรีฟให้สัมภาษณ์สถานีโทรทัศน์ว่าได้รับเงินจากนายอันวาร์ อัลอาลาคีในเยเมน ทั้งนี้่ นายอาลาคีถูกเครื่องบินไร้คนขับโจมตีเสียชีวิตเมื่อปี 2554 ขณะแหล่งข่าวในเยเมนเผยว่าสองพี่น้องเคยพบนายอาลาคีสมัยอยู่ในเยเมนเมื่อปี 2554

อัยการปารีสเผยว่าคนร้ายทั้ง 2 คนมีอาวุธมากมายขณะที่ถูกไล่ต้อนจนมุม ไม่ว่าจะเป็นเครื่องยิงจรวดเอ็ม 82 ปืนอากา 2 กระบอก และปืนพกอีก 2 กระบอก ทั้งยังวางระเบิดดักไว้

การโจมตีสำนักงานชาร์ลีเอบโด อันเป็นสิ่งพิมพ์ที่เสียดสีศาสนาและนักการเมือง ก่อให้เกิดคำถามละเอียดอ่อนเกี่ยวกับเสรีภาพของการแสดงออก ศาสนา และความมั่นคง ในฝรั่งเศสซึ่งมีชาวมุสลิมอยู่มากที่สุดในยุโรปหรือ 5 ล้านคน