วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ศรีลังกาสอบอดีตปธน.ริก่อรปห.

โฆษกรัฐบาลศรีลังกา เผย รัฐบาลจะสอบสวนหลังมีข้อกล่าวหาว่าอดีตประธานาธิบดีมหินทา ราชปักษา เตรียมก่อรัฐประหาร

โคลอมโบ-รัฐบาลใหม่ศรีลังกาสอบสวนอดีตผู้นำคิดก่อรัฐประหารอยู่ต่อ หลังรู้ว่าแพ้เลือกตั้งแน่เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว แต่ผู้นำกองทัพ-ตำรวจไม่เอาด้วย

วันอาทิตย์(11 ม.ค.) นายมงคล สมานวีระ โฆษกรัฐบาลใหม่ศรีลังกา เปิดเผยว่า รัฐบาลจะสอบสวนหลังมีข้อกล่าวหาว่าอดีตประธานาธิบดีมหินทา ราชปักษา คบคิดและชักชวนผู้นำกองทัพและผู้บัญชาการตำรวจก่อรัฐประหาร หลังพอทราบผลนับคะแนนเลือกตั้งประธานาธิบดี ว่าตนเองจะเป็นฝ่ายแพ้ และเหตุที่ยอมลงจากตำแหน่งแต่โดยดี ก็เพราะผู้บัญชาการเหล่าทัพและผู้บัญชาการตำรวจไม่ร่วมด้วย

อดีตประธานาธิบดีราชปักษา ได้รับคำชื่นชมที่ประกาศยอมรับความพ่ายแพ้ตั้งแต่เช้าวันศุกร์ ตั้งแต่ยังไม่ทราบผลคะแนนสุดท้ายจากการเลือกตั้งที่จัดขึ้นในวันก่อนหน้า แต่ ณ เวลานั้นเป็นที่ทราบกันแล้วว่านายไมตรีพาลา สิริเสนา คู่แข่ง มีคะแนะนำจนไม่อาจพลิกเป็นอย่างอื่น

แต่โฆษกรัฐบาลใหม่ศรีลังกา กล่าวว่า แท้จริงแล้ว นายราชปักษาวัย 69 ปี ซึ่งปกครองศรีลังกามาตั้งแต่ปี 2548 เป็นผู้นำเอเชียใต้ที่อยู่ในตำแหน่งนานที่สุด พยายามทุกวิถีทางที่จะทำให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ และหาทางรักษาเก้าอี้ พล.ต.อ.เอ็นเค อิลลังคกูร ผู้บัญชาการตำรวจศรีลังกา ไม่เห็นด้วยและไม่ต้องการมีส่วนร่วมกับการรัฐประหารของเขา ส่วนผู้บัญชาการทหาร พล.อ.ทยา รัตนายาเก ปฏิเสธที่ส่งทหารออกมาช่วยนายราชปักษายึดอำนาจ และสำนักอัยการก็เตือนถึงผลลัพธ์อันตรายที่จะตามมา

นายมงคลกล่าวด้วยว่า อดีตประธานาธิบดีมีแผนจะขัดขวางการนับคะแนน ขณะเริ่มเป็นที่ชัดเจนว่าจะพ่ายแพ้อย่างคาดไม่ถึง และต้องการจะอยู่ในตำแหน่งต่อไปด้วยการออกประกาศตั้งตนเองเป็นประธานาธิบดี ผู้นำต่างประเทศจำนวนหนึ่งได้พูดคุยกับอดีตประธานาธิบดีและโน้มน้าวเรื่องการถ่ายโอนอำนาจอย่างสงบ แต่ตนไม่ทราบว่ามีผู้ใดประเทศใดบ้างที่พูดคุย

อีกด้านหนึ่ง ประธานาธิบดีไมตรีพาลา สิริเสนา ได้รับเสียงสนับสนุนอีก 40 เสียงจากนักการเมืองแปรพักตร์จากพรรคของอดีตผู้นำประเทศ ซึ่งทำให้ผู้นำใหม่มีเสียงสนับสนุนจากสมาชิกสภาส่วนใหญ่ ซึ่งมีความสำคัญต่อการเดินหน้าปฏิรูปรัฐธรรมนูญ และทำให้รัฐบาลผลักดันกฎหมายต่างๆในรัฐสภาได้โดยไม่ยากเย็น

ก่อนหน้านี้ ผู้นำใหม่ศรีลังกามี ส.ส.สนับสนุน 89 คน และต้องการเพิ่มอีก 24 เสียงเพื่อให้ได้เสียงเกินกึ่งหนึ่งของสภาผู้แทนฯซึ่งมีทั้งหมด 225 คน