รัฐบาลฝรังเศสจัดประชุม 3 วันตั้งแต่วานนี้ (10 ม.ค.) เพื่อหารือเรื่องการรับมือกับภัยคุกคามจากการก่อการร้าย
รัฐบาลฝรั่งเศส จัดประชุมนาน 3 วันเมื่อวันเสาร์ เพื่อหารือรับมือกับภัยคุกคามจากก่อการร้าย หลังเกิดเหตุกราดยิงสำนักงานหนังสือพิมพ์รายสัปดาห์ชาร์ลี เอบโด ในกรุงปารีส จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 12 ราย และล่าสุด หน่วยคอมมานโด ของฝรั่งเศสได้วิสามัญผู้ต้องสงสัยก่อเหตุรุนแรงครั้งนี้ทั้ง 2 ราย
ประธานาธิบดีฟรังซัวส์ ออลลองด์ ของฝรั่งเศส กล่าวว่า เหตุกราดยิงสำนักงานของหนังสือพิมพ์ และเหตุจับกุมตัวประกันที่ซูเปอร์มาร์เก็ต ชานกรุงปารีส ถือเป็นโศกนาฏกรรมจากการก่อการร้ายครั้งรุนแรงที่สุดของประเทศ แม้ว่าทั้งสองเหตุการณ์ได้ยุติลงแล้ว ด้วยการเสียชีวิตของคนร้าย 3 ราย แต่ภัยก่อการร้ายที่กำลังคุกคามประเทศยังไม่จบสิ้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังพยายามอย่างสุดความสามารถ เพื่อยับยั้งภัยร้ายเหล่านั้น
ด้านอัยการกลางกรุงปารีส นายฟรองซัวส์ โมแลง แถลงเกี่ยวกับความคืบหน้าของกระบวนการสืบสวน เพื่อเร่งตามล่าตัวนางสาวฮาเยต โบเมดดีน วัย 26 ปี แฟนสาวของนายอเมนดี กูลิบาลี วัย 32 ปี ซึ่งทั้งคู่เป็นผู้ต้องสงสัยตามหมายจับของรัฐบาล ในคดียิงสังหารตำรวจหญิง เมื่อวันพฤหัสบดี แต่นายกูลิบาลี ถูกเจ้าหน้าที่วิสามัญเสียชีวิต หลังก่อเหตุจับตัวประกันในซูเปอร์มาร์เก็ตชานกรุงปารีส ขณะที่เจ้าหน้าที่เชื่อว่า นางสาวโบเมดดีน อาศัยจังหวะชุลมุนขณะที่หน่วยคอมมานโดบุกเข้ามาหลบหนีไปได้
ทั้งนี้ หนึ่งในเบาะแสสำคัญคือเทปบันทึกการสนทนาตลอดทั้งปีที่แล้ว ระหว่างนางสาวโบเมดดีน กับภรรยาของนายเชริฟ คูอาชี ซึ่งร่วมกับพี่ชาย คือนายซาอิด คูอาชี ก่อเหตุสังหารหมู่ 12 ศพที่สำนักงานของหนังสือพิมพ์ชาร์ลี เอ็บโด ในกรุงปารีส เมื่อวันพุธ ซึ่งความถี่ของการสนทนาอยู่ที่ประมาณ 500 ครั้ง และภรรยาของนายเชริฟให้การต่อเจ้าหน้าที่ว่า สามีของเธอกับนางโบเมดดีนรู้จักกันดี
ขณะที่สถานีโทรทัศน์เบแอฟแอม รายงานว่านายกูลิบาลี โทรศัพท์เข้ามาที่สถานี ขณะก่อเหตุจับตัวประกัน โดยบอกว่า ตัวเขาคือสมาชิกของกลุ่มหัวรุนแรงไอเอส และต้องการโจมตีฝรั่งเศสฐานเข้าร่วมปฏิบัติการโจมตีทางอากาศกับสหรัฐในอิรักและซีเรีย นอกจากนี้ นายกูลิบาลี ยังพูดถึงแผนการที่ทำร่วมกับพี่น้องคูอาชี และเรียกร้องให้กลุ่มเพื่อนก่อเหตุโจมตีเป้าหมายอีกหลายแห่งในอนาคต โดยเฉพาะสถานีตำรวจในเขตชานกรุงปารีส





