วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ล่า2พี่น้องยิงถล่มสนง.นิตยสารฝรั่งเศส

ฝรั่งเศสล่าตัว 2 พี่น้องต้องสงสัยใช้อาวุธหนักถล่มสำนักงานนิตยสารเสียดสี ขณะมีผู้พบเห็น 2 คนร้ายทางเหนือของปท.

ตำรวจคุมตัวคนใกล้ชิด 7 คนสอบปากคำ ขณะเกิดเหตุร้ายซ้ำซ้อนหลังมือปืนยิงตำรวจหญิงจนเสียชีวิตนอกกรุงปารีส เจ้าหน้าที่ระดมกำลังทหาร-ตำรวจเพิ่มการรักษาความปลอดภัยทั่วเมืองหลวง ทั้งสำนักงานสื่อและห้างสรรพสินค้า

แหล่งข่าวที่ใกล้ชิดกับการไล่ล่าตัวผู้ต้องสงสัย 2 คนที่ยิงถล่มสำนักงานของนิตยสารเชิงเสียดสีรายสัปดาห์ ชาร์ลี เฮบโด เผยว่าผู้จัดการสถานีน้ำมันใกล้เมืองวิลเวร์-คอนเตเรต์ ทางเหนือของฝรั่งเศส พบเห็น 2 พี่น้องพร้อมอาวุธปืน หลังจากผู้ต้องสงสัยทั้งสองที่แต่งกายสีดำและสวมหน้ากาก บุกเข้าไปในสำนักงานนิตยสารและลงมือยิงจนทำให้มีผู้เสียชีวิต 12 ราย ในจำนวนนี้เป็นนักเขียนการ์ตูน 4 ราย บก.นิตยสาร และตำรวจ 2 ราย

หลังจากก่อเหตุแล้ว ทั้งสองได้ขึ้นรถยนต์คันหนึ่งหนีไป นายแบร์นาร์ด คาเซเนิฟ รัฐมนตรีมหาดไทย กล่าวว่า เจ้าหน้าที่คุมตัวคน 7 คนไปสอบปากคำเกี่ยวกับเหตุร้ายครั้งนี้ ซึ่งเป็นเหตุการณ์นองเลือดที่สุดในรอบ 50 ปีของประเทศ

แหล่งข่าวเผยว่า ผู้ถูกสอบปากคำมีทั้งผู้ชายและผู้หญิงที่มีความใกล้ชิดกับผู้ต้องสงสัย ขณะที่นายกรัฐมนตรีมานูเอล วาลิส กล่าวว่า ผู้ต้องสงสัย 2 คนนั้นเป็นที่รู้จักของเจ้าหน้าที่ข่าวกรองเป็นอย่างดี โดยมีชื่อว่า เชอริฟ เคาอาชิ วัย 32 ปี ซึ่งถูกตัดสินว่ามีความผิดเมื่อปี 2551 ฐานมีส่วนร่วมในเครือข่ายที่ส่งนักรบไปอิรัก ส่วนพี่ชายคือ นายซาอิด วัย 34 ปี ทั้งคู่เกิดในฝรั่งเศส

สำหรับผู้ต้องสงสัยอีกคน วัย 18 ปีที่ถูกระบุว่าสมรู้ร่วมคิด ได้เข้ามอบตัวหลังจากเห็นชื่อตัวเองในสื่อสังคมออนไลน์

ไม่มีกลุ่มใดออกมาอ้างความรับผิดชอบในเหตุการณ์นี้ ขณะที่นักรบคนหนึ่งของกลุ่มรัฐอิสลาม (ไอเอส) ชื่นชมการลงมือของสองพี่น้อง แต่ระบุว่าไม่รู้จักกับบุคคลทั้งสอง

เหตุการณ์นี้ทำให้ผู้คนทั่วโลก ตั้งแต่รัสเซียไปจนถึงสหรัฐ รวมถึงฝรั่งเศสเอง พร้อมใจกันออกมาชุมนุม และถือป้ายข้อความ "ฉันคือชาร์ลี" เพื่อสนับสนุนเสรีภาพในการแสดงออกและนิตยสารชาร์ลี เฮบโด

ตำรวจหญิงถูกยิงตาย

หลังจากเกิดเหตุกราดยิงเพียงวันเดียว ปรากฏว่าเกิดเหตุร้ายขึ้นอีกครั้ง เมื่อชายคนหนึ่งที่ใส่เสื้อกันกระสุน เปิดฉากใช้ปืนอัตโนมัติยิงเข้าใส่ตำรวจหญิงและเจ้าหน้าที่กรุงปารีส เหตุเกิดขึ้นนอกเมืองหลวง และทางการยังไม่พบความเชื่อมโยงระหว่างเหตุกราดยิงสำนักงานนิตยสารกับเหตุการณ์ล่าสุดนี้ แม้หลังจากลงมือแล้วคนร้ายได้หลบหนีไปเหมือนกัน

ขณะเดียวกัน ศาสนสถานของศาสนาอิสลามใน 2 เมืองของฝรั่งเศสตกเป็นเป้าหมายโจมตี แต่ไม่มีผู้เสียชีวิต โดยมีการโยนระเบิดมือที่ด้านแล้วเข้าใส่มัสยิดแห่งหนึ่งในเมืองเลอมานส์ ส่วนในตำบลพอร์ท-ลา-นูแวลล์ มีการยิงปืนในทิศที่ตั้งของห้องทำละหมาด แต่ไม่มีคนอยู่ในห้องในช่วงนั้น ทั้งยังมีเหตุระเบิดที่ร้านเคบับใกล้มัสยิดเมืองวิลฟรานเชซูร์ซาออง แต่ไม่มีผู้บาดเจ็บ

ประธานาธิบดีฟรังซัวส์ ออลลองด์ ประกาศให้วานนี้ (8 ม.ค.) เป็นวันไว้อาลัยสำหรับเหตุการณ์กราดยิงสำนักงานนิตยสารชาร์ลี เฮบโด พร้อมสั่งให้ลดธงลงครึ่งเสาเป็นเวลา 3 วัน

ลงมืออุกอาจ

รายงานข่าวระบุว่า คนร้ายลงมือในช่วงกลางวันแสกๆ ด้วยการบุกเข้าไปในสำนักงานในช่วงที่นักข่าวกำลังประชุม หลังจากยิงพนักงานต้อนรับไปแล้ว จากนั้นก็ยิงเข้าใส่นักข่าว 8 คน รวมถึงนักวาดการ์ตูนชื่อดังของฝรั่งเศส พนักงานรักษาความปลอดภัย และคนนอกที่อยู่ในสำนักงานช่วงนั้น มีเพียงคนเดียวที่รอดชีวิตมาได้เพราะลงไปซ่อนอยู่ใต้โต๊ะ

นายสเตฟาน ชาร์บอนนิเยร์ บรรณาธิการบริหาร ซึ่งเคยถูกขู่ฆ่าหลายครั้งจนต้องขอความคุ้มครองจากตำรวจ เป็นหนึ่งในผู้เสียชีวิต

มีผู้ถ่ายวีดิโอของคนร้ายหลังจากลงมือเสร็จแล้ว วิ่งไปหาตำรวจที่บาดเจ็บแล้วพูดว่า "อยากฆ่าฉันเหรอ" จากนั้นก็ยิงตำรวจ

เจ้าหน้าที่ระบุว่ารูปแบบการลงมือของคนร้ายที่เป็นไปอย่างเลือดเย็นและมีการคำนวณหรือวางแผนมาอย่างดี สะท้อนว่าทั้งสองได้รับการฝึกมาอย่างดี

นอกจากระดมตำรวจหลายพันนายไล่ล่าคนร้ายแล้ว ทางการยังระดมทหารและตำรวจพร้อมอาวุธ 500 นายเข้ามาเพิ่มการรักษาความปลอดภัยในกรุงปารีส ด้วยการประจำการอยู่ตามสถานีรถไฟ ที่ทำการสื่อ สถานที่ท่องเที่ยว สถานที่สำคัญทางศาสนา และห้างสรรพสินค้า รวมถึงห้างดังอย่างกาเลอรีส์ ลาฟาแยตต์ และแพรงตองส์ นอกจากนั้น โรงเรียนต่างๆ ยังระงับกิจกรรมนอกสถานที่ตามคำสั่งของกระทรวงศึกษาธิการ

เหตุการณ์นี้ยังทำให้ประเทศอื่นหวาดผวา โดยสำนักงานสื่อในกรุงมาดริด ประเทศสเปน ต้องอพยพคนออกไปหลังจากพบวัตถุต้องสงสัย

ทั่วโลกประณาม

ประธานาธิบดีบารัก โอบามาแห่งสหรัฐ ประณามเหตุการณ์นี้ว่า เป็นการลงมือที่ขี้ขลาดและชั่วร้าย นายกรัฐมนตรีเดวิด คาเมรอนแห่งอังกฤษ ระบุว่าเป็นการกระทำที่น่าสะอิดสะเอียน ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูตินแห่งรัสเซียและสันนิบาตอาหรับประณามเหตุรุนแรงนี้เช่นกัน

ซาอุดีอาระเบียประณามเหตุการณ์นี้ว่า เป็นการก่อการร้ายที่ไม่สอดคล้องกับศาสนาอิสลาม ด้านอิหม่ามแห่งมัสยิดทางเหนือของกรุงปารีสได้เดินทางไปยังจุดเกิดเหตุ พร้อมระบุว่าคนร้ายป่าเถื่อน และต้องการสร้างความหวาดกลัว

ขณะที่สื่ออิหร่านกล่าวว่า ฝรั่งเศสต้องทบทวนนโยบายเกี่ยวกับตะวันออกกลางและโลกมุสลิม โดยหนังสือพิมพ์หลายฉบับเชื่อมโยงเหตุการณ์ครั้งนี้เข้ากับการที่ฝรั่งเศสสนับสนุนกลุ่มต่อต้านในซีเรีย ทั้งยังมีส่วนร่วมในการโจมตีทางอากาศเข้าใส่เป้าหมายกลุ่มรัฐอิสลาม (ไอเอส) ในอิรักกับซีเรีย

หนังสือพิมพ์แนวอนุรักษนิยม เรซาลัต ระบุว่า ฝรั่งเศสกำลังเจอยาขมในฐานะที่สนับสนุนก่อการร้าย พร้อมวิจารณ์หน่วยรักษาความปลอดภัยของฝรั่งเศสว่าละเลย และยังมองไม่เห็นกิจกรรมของกลุ่มหัวรุนแรงที่มีมากขึ้น

หนังสือพิมพ์หัวปฏิรูป เอบเทการ์ ระบุว่า การผงาดขึ้นของกลุ่มไอเอส ซึ่งดูเหมือนเป็นผลพวงของปฏิบัติการทางทหารของชาติตะวันตกในประเทศอิสลาม ก่อให้เกิดปฏิบัติการก่อการร้ายที่นองเลือดที่สุด

ด้านหนังสือพิมพ์ชาร์เรียกร้องให้สหรัฐกับยุโรปทบทวนนโยบายด้านตะวันออกกลางและโลกอิสลามโดยเร็ว เพราะมีความเป็นไปได้ที่การ์ตูนล้มเลียนศาสนามูฮัมหมัดอาจเป็นข้ออ้างให้ผู้ก่อการร้ายลงมือก่อเหตุร้าย