สัญญาน้ำมันดิบตลาดสหรัฐปิดตลาดส่งท้ายปีปรับตัวลดลง ทำสถิติเป็นปีที่ราคาร่วงหนักสุดนับตั้งแต่วิกฤติการเงิน
สัญญาน้ำมันดิบล่วงหน้าตลาดสหรัฐ ปิดตลาดส่งท้ายปีปรับตัวลดลง ทำสถิติเป็นปีที่ราคาร่วงหนักสุด นับตั้งแต่เกิดวิกฤตการเงิน 2551 ท่ามกลางอุปทานเกินความต้องการและเศรษฐกิจชะลอตัว
ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบเวสท์เท็กซัส ตลาดไนเม็กซ์ ส่งมอบเดือนกุมภาพันธ์ ลดลง 85 เซนต์ ปิดที่ 53.27 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ต่ำที่สุดนับตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2552 ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ ตลาดลอนดอน ส่งมอบเดือนเดียวกัน ลดลง 57 เซนต์ ปิดที่ 57.33 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ปีนี้ สัญญาน้ำมันดิบตลาดล่วงหน้าสหรัฐ ปรับตัวลงมา 46% ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบนท์ ตลาดลอนดอน ปรับตัวลง 48% ซึ่งการดิ่งลงอย่างหนัก เกิดขึ้นนับตั้งแต่เดือนมิถุนายนเป็นต้นมา โดยช่วงเวลานั้นราคาน้ำมันดิบแกว่งตัวอยู่เหนือระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ผลผลิตน้ำมันที่เพิ่มขึ้นของสหรัฐและแคนาดา เป็นปัจจัยที่ก่อปัญหาอุปทานล้นตลาดในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจจีน ซึ่งถือเป็นชาติผู้บริโภคน้ำมันดิบรายใหญ่ที่สุดของโลกกำลังชะลอตัว เช่นเดียวกับชาติเศรษฐกิจตลาดเกิดใหม่อื่นๆ ขณะที่ญี่ปุ่น ต้องเผชิญกับภาวะถดถอยและเศรษฐกิจ 18 ชาติยูโรโซน ก็อยู่ในสถานการณ์ที่เรียกได้ว่าใกล้จะหยุดชะงัก
นอกจากนี้ การตัดสินใจของกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมันหรือ โอเปค เมื่อเดือนที่แล้ว ที่มีมติไม่ลดกำลังผลิต แม้ว่าราคาน้ำมันจะดิ่งลงมาอย่างมาก ก็ทำให้เกิดแรงกดดันต่อราคาน้ำมันรุนแรงขึ้น





