ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงทางไซเบอร์แย้ง เอฟบีไอ ว่า กลุ่มที่แฮกข้อมูลบริษัทโซนี่ อาจเป็นคนในบริษัทเอง
ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงทางไซเบอร์เห็นแย้ง "เอฟบีไอ" ด้วยการออกมาเผยว่า กลุ่มที่แฮกข้อมูลบริษัทโซนี่ พิคเจอร์สไม่ใช่เกาหลีเหนือ แต่อาจเป็นฝีมือคนวงในของโซนี่เอง
ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงทางไซเบอร์หลายคน เริ่มออกมาให้เห็นในทิศทางเดียวกันว่า เกาหลีเหนือไม่ได้อยู่เบื้องหลังการเจาะระบบคอมพิวเตอร์ของโซนี่ พิคเจอร์ส แต่อาจจะเป็นฝีมือของคนในบริษัทเอง โดยใช้ชื่อว่า "ลีนา" (Lena) ซึ่งขัดแย้งกับผลการตรวจสอบของสำนักงานสืบสวนสอบสวนกลางสหรัฐหรือเอฟบีไอที่ยืนยันอย่างหนักแน่นว่าเป็นฝีมือของเกาหลีเหนือ
"นอร์ส" บริษัทรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ ระบุว่า พวกเขาเชื่อว่า ผู้หญิงที่มีชื่อว่า "ลีนา" อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ สอดคล้องกับผู้เชี่ยวชาญอีกหลายคน ที่บอกว่า พวกเขาเชื่อว่า เป็นฝีมือคนในของโซนี่
นายมาร์ค โรเจอร์ส ผู้อำนวยการด้านการรักษาความปลอดภัยของ "เดฟ คอน" ซึ่งเป็นองค์กรแฮกเกอร์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกและยังเป็นนักวิจัยด้านความมั่นคงของ "คลาวด์แฟลร์" บริษัทรักษาความปลอดภัยบนโทรศัพท์มือถือ ก็เป็นอีกคนหนึ่งที่ไม่เชื่อถือผลพิสูจน์ของเอฟบีไอที่บอกว่า มัลแวร์ที่ใช้ในการโจมตีเกี่ยวข้องกับมัลแวร์อีกตัวหนึ่งที่เอฟบีไอทราบดีว่าพัฒนาขึ้นโดยเกาหลีเหนือ
นายโรเจอร์ส ระบุว่า เกาหลีเหนืออาจจะเคยใช้มัลแวร์แบบเดียวกันในการโจมตีทางไซเบอร์มาก่อนแต่ก็ไม่ได้หมายความว่า การโจมตีล่าสุดจะเป็นฝีมือของเกาหลีเหนือ ขณะเดียวกันมัลแวร์แบบนี้ไม่ว่าแฮกเกอร์คนไหนก็สามารถเอามาใช้งานได้ ส่วนเรื่องไอพีแอดเดรสนั้น บรรดาแฮกเกอร์ก็มักจะใช้คอมพิวเตอร์ตามสถานที่ทั่วไป ในขณะที่พวกเขามีเวลาเพียงเล็กน้อยในการก่ออาชญากรรมทางอินเทอร์เน็ต เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกตรวจจับ เช่นเดียวกับพวกที่ขโมยบัตรเครดิตไปชอปทางออนไลน์ ก็หลีกเลี่ยงการถูกตรวจจับด้วยวิธีการแบบนี้ด้วยเหมือนกัน
ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีบารัก โอบามา ออกมากล่าวโจมตีนายคิม จอง-อึน และรัฐบาลเกาหลีหนือ เมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า พยายามข่มขู่ชาวอเมริกันผ่านการกระทำของพวกเขา พร้อมประกาศจะตอบโต้เกาหลีเหนืออย่างเหมาะสม ขณะที่ผู้นำเกาหลีเหนือได้ออกแถลงการณ์ตอบโต้ข้อกล่าวหานี้ทันทีว่า ไม่ได้เกี่ยวข้องและเรียกร้องให้สหรัฐขอโทษที่ใส่ร้ายเกาหลีเหนือด้วย





