ตำรวจผิวขาวในรัฐแอริโซนา ยิงชายผิวสีเสียชีวิต เพราะคิดว่ามีปืนอยู่ในครอบครอง
สหรัฐต้องเจอกับความเสี่ยงที่จะเกิดเหตุวุ่นวายมากขึ้นไปอีก จากการเกิดเหตุนายตำรวจผิวขาวในเมืองฟีนิกซ์ รัฐแอริโซนา ยิ่งชายผิวสีเสียชีวิต เพราะคิดว่า นายรูเมน บริสบอน ผู้เสียชีวิต มีปืนอยู่ในครอบครอง และจะหยิบปืนขึ้นมายิงตัวเอง จึงยิงเขาสองนัดเข้าที่หน้าอก แต่ภายหลังกลับพบว่ามีแต่ยาเสพติดอยู่ในกระเป๋าเท่านั้น หน่วยกู้ชีพมาถึงที่เกิดเหตุและพบว่านายบริสบอนเสียชีวิตแล้ว ส่วนตำรวจไม่ได้รับบาดเจ็บ
หนังสือพิมพ์แอริโซนารีพับลิก รายงานว่า ทนายความฝ่ายครอบครัวผู้เคราะห์ร้ายในเมืองฟีนิกซ์กล่าวว่า เป็นโศกนาฏกรรมที่ไร้เหตุผล เขาไม่มีอาวุธและไม่เป็นอันตรายต่อผู้อื่น โดยจะดำเนินคดีตามกฎหมายจนถึงที่สุด เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นในขณะที่ยังคงมีการชุมนุมประท้วงในรัฐนิวยอร์กภายหลังเกิดเหตุในทำนองเดียวกัน หลังคณะลูกขุนใหญ่ตัดสินเมื่อวันพุธไม่ตั้งข้อหาตำรวจผิวขาวรัดคอชายผิวดำไร้อาวุธจนเสียชีวิตในเขตสเตเทนไอส์แลนด์ และเหตุยิงวัยรุ่นอีกคดีที่รัฐมิสซูรี
ทั้งนี้ ผู้ประท้วงในนครนิวยอร์กและอีกหลายเมืองทั่วสหรัฐ ยังเดินขบวนประท้วงต่อเนื่องเป็นคืนที่สอง โดยในนิวยอร์ก มีผู้ประท้วงหลายพันคนเดินขบวนไปตามท้องถนนในย่านแมนฮัตตัน มีการหยุดนั่งพักปิดกั้นบริเวณสี่แยกในหลายจุดเป็นระยะๆ โดยมีตำรวจคอยเตือนให้สลายตัวไป และผู้ชุมนุมยอมถอนตัวก่อนเดินต่อไปยังจุดอื่น ทำให้บรรยากาศการชุมนุมเป็นไปอย่างสงบ และไม่มีการปะทะรุนแรง และมีผู้ประท้วงแบกโลงพร้อมกับถือป้ายที่มีข้อความเรียกร้องให้ยุติการเหยียดผิวด้วย
ขณะเดียวกัน กรณีของนายการ์เนอร์จุดประเด็นที่อาจมีการสอบสวนว่าการกระทำของตำรวจเป็นการรัดคอในแบบที่ข้อบังคับของตำรวจห้ามไว้หรือไม่ ซึ่งทนายความระบุว่า ในวันเกิดเหตุลูกความไม่ได้ออกแรงกดตอนที่ใช้แขนล็อคคอจากด้านหลัง ส่วนภาพในคลิปวันเกิดเหตุพบว่า นายการ์เนอร์ถูกล็อคที่คอ และมีช่วงที่เขาบอกว่าหายใจไม่ออกด้วย ส่วนผลชันสูตรพบว่า ตำรวจทำให้การ์เนอร์เสียชีวิตจากแรงกดที่คอและอก บวกกับนายการ์เนอร์มีโรคประจำตัว คือ หอบหืดและโรคอ้วนจึงเป็นปัจจัยเสริมที่ส่งผลให้เสียชีวิต





