รัฐบาลเวียดนามใจเสาะในการขายหุ้นรัฐวิสาหกิจ ทำให้เกิดความวิตกกังวลมากขึ้น
ชื่อเสียงของเวียดนามเรื่องการเป็นตลาดที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว และระบอบการเมืองมีเสถียรภาพ ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับนักลงทุนกำลังสั่นคลอน เมื่อรัฐบาลเวียดนามใจเสาะในการขายหุ้นรัฐวิสาหกิจ
เมื่อต้นปีนี้ นักลงทุนต่างชาติได้ให้ความสนใจเป็นอย่างมากกับแผนการของรัฐบาลเวียดนามที่อยากปรับโครงสร้างรัฐวิสาหกิจที่หนี้ท่วมกว่า 400 แห่งด้วยการแปรรูป แต่การเปลี่ยนท่าทีมาขายหุ้นข้างน้อยในบริษัทไม่กี่แห่งที่บอกเอาไว้ว่าจะนำเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ทำให้เกิดความวิตกกังวลมากขึ้น อีกทั้งระเบียบเรื่องการเป็นเจ้าของกิจการของชาวต่างชาติยังกีดกันนักลงทุนสถาบันรายใหญ่ และกระตุ้นให้ผู้จัดการกองทุนต่างประเทศหันไปทำข้อตกลงกับบริษัทเอกชนแทน
เรื่องดังกล่าวได้รับการตอกย้ำชัดขึ้นในการเปิดขายหุ้นต่อสาธารณะครั้งแรก หรือการทำไอพีโอของสายการบิน "เวียดนาม แอร์ไลน์ส" ในเดือนนี้ ซึ่งไม่มีนักลงทุนต่างชาติรายใดสนใจเลย โดยแหล่งข่าววงในเปิดเผยว่า หุ้นส่วนใหญ่จากจำนวน 3.5% ที่นำออกขายนั้น ถูกขายให้กับธนาคารเวียดนามสองแห่ง
ผู้อำนวยการแผนกตลาดเกิดใหม่ของเอชเอสบีซี โกลบอล แอสเสท แมเนจเมนท์ "นายเดวิด วิคแฮม" กล่าวว่า นักลงทุนต่างชาติต่างรอคอยการทำไอพีโอของเวียดนาม แอร์ไลน์ส กันมานานถึง 6 ปี แต่พอเอาเข้าจริงแล้ว กลับเปิดขายหุ้นเพียงเล็กน้อยเพื่อระดมทุนเพียงแค่ 51.3 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นเงินที่ไม่พอจะซื้อเครื่องบินใหม่ด้วยซ้ำ
ขณะที่นายมาร์ก โมบิอุส ประธานบริหาร เทมเปิลตัน อีเมิร์จจิง มาร์เก็ตส กรุ๊ป ซึ่งบริหารเงินทุนกว่า 40,000 ล้านดอลลาร์ กล่าวว่า ผิดหวังอย่างยิ่งที่เวียดนามไม่ได้ทำอะไรมากขึ้นในเรื่องการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ และการเติบโตในตลาดทุนเวียดนามล้าหลังเพราะไม่มีหุ้นบริษัทใหญ่ให้ซื้อขายนั่นเอง





