ตลาดหลักทรัพย์จีนปิดตลาดไปเมื่อวันศุกร์ด้วยสถิติการปรับตัวแรงที่สุดในรอบ 4 ปี
ตลาดหลักทรัพย์จีนปิดตลาดไปเมื่อวันศุกร์ด้วยสถิติการปรับตัวแรงที่สุดในรอบ 4 ปี โดยนักวิเคราะห์เชื่อว่า ปัจจัยกระตุ้นที่สำคัญคือการลดดอกเบี้ย ซึ่งช่วยให้ตลาดมีสภาพคล่องมากขึ้น
เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ดัชนีเซี่ยงไฮ้ คอมโพสิต ปิดตัวบวกไป 1.99% ภายหลังจากที่ปิดตัวในแดนบวกมาตลอด 6 วันทำการที่ผ่านมา ทำให้สรุปรวมทั้งสัปดาห์แล้ว ดัชนีตลาดหุ้นที่สำคัญของจีนตัวนี้บวกไป 7.9% ซึ่งถือเป็นสถิติที่ดีที่สุดนับตั้งแต่กลางเดือนตุลาคม ปี 2553 เลยทีเดียว ขณะที่ดัชนีเสิ่นเจิ้น คอมโพเนนท์ นั้นปิดบวกไป 1.6 % โดยสรุปรวมทั้งสัปดาห์แล้วก็ปรับตัวขึ้นไปถึง 8% เช่นกัน
หุ้นกลุ่มที่ค่อนข้างอ่อนไหวต่ออัตราดอกเบี้ยอย่างบริษัทอสังหาริมทรัพย์ บริษัทประกัน และโบรกเกอร์ ต่างพากันปรับตัวขึ้นภายหลังจากที่ธนาคารกลางจีนปรับลดอัตราดอกเบี้ยไปเมื่อวันศุกร์ที่แล้ว ขณะที่ข่าวว่ารัฐบาลจีนจะนำโครงการประกันเงินฝากมาใช้ในต้นปีหน้า ก็ทำให้หุ้นกลุ่มธนาคารขยับขึ้นไปอยู่ในแดนบวกกันถ้วนหน้า แม้แต่หุ้นสายการบิน และบริษัทปิโตรเคมีก็แข็งแกร่งขึ้นเช่นกัน
ในส่วนของปริมาณการซื้อขายของทั้ง 2 ตลาดรวมกันนั้นทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 710,000 ล้านหยวน ในวันศุกร์ อันเป็นผลพวงจากปัจจัยบวกต่าง ๆ ในตลาด เม็ดเงินลงทุนใหม่ ๆ ที่ไหลเข้ามา ประกอบกับมีเงินจำนวนมากไหลกลับเข้ามาภายหลังจากที่หลายบริษัทไปทำไอพีโอนอกบ้านแล้วไม่ประสบความสำเร็จ
นายหลิน หวิน นักวิเคราะห์และนักข่าวสายการเงิน กล่าวว่า สัปดาห์นี้มีการทุบสถิติปริมาณการซื้อขายรายวันสูงสุดเป็นประวัติการณ์เกิดขึ้นหลายครั้งในตลาดหุ้นจีน ภายหลังจากที่ในวันจันทร์ ปริมาณการซื้อขายทะลุ 500,000 ล้านหยวน แล้วหลังจากนั้นยังมีอีก 3 วันติด ๆ กันที่ปริมาณการซื้อขายทะลุ 5 แสนล้านหยวน ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ทำให้ขณะนี้มาร์เก็ตแคปของตลาดหุ้นจีนได้แซงหน้าญี่ปุ่น ขึ้นมาเป็นตลาดที่ใหญ่สุดเป็นอันดับ 2 ของโลกรองจากสหรับไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว





