หุ้นสหรัฐปิดไร้ทิศทาง-ตลาดหวังเห็นแผนกระตุ้นศก.เพิ่ม
ตลาดหุ้นสหรัฐ ปิดตลาดปรับตัวขึ้นเป็นส่วนใหญ่ หลังบริษัทฮัลลิเบอร์ตันทุ่ม 34,600 ล้านดอลลาร์ ในรูปเงินสด และหุ้น เข้าซื้อกิจการเบเกอร์ ฮิวจ์ ทำให้เกิดบริษัทให้บริการแหล่งน้ำมันรายใหญ่สุดของโลก แทนที่ผู้นำเดิมอย่าง ชลัมแบร์เกอร์ ในช่วงเวลาที่ราคาน้ำมันที่ร่วงลงส่อเค้าเป็นภัยคุกคามต่อความต้องการน้ำมัน นอกจากนี้ นักลงทุนในตลาดยังคาดหวังว่าจะได้เห็มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมจากบรรดาธนาคารกลางชั้นนำโลก
ทั้งนี้ ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปรับตัวขึ้น 12.94 จุดหรือ 0.07% ปิดที่ 17,647.68 จุด ดัชนี S&P 500 ปิดที่ 2,041.19 เพิ่มขึ้น 1.37 จุดหรือ 0.07% และดัชนีแนสแดก ร่วง 17.54 จุดหรือ 0.37% ปิดที่ 4,671.00 จุด
อย่างไรก็ตาม ช่วงเปิดตลาด ตลาดหุ้นนิวยอร์กปรับตัวลง เนื่องจากการหดตัวลงอย่างผิดคาดของเศรษฐกิจญี่ปุ่น ที่ทำให้เกิดความวิตกเกี่ยวกับการขยายตัวของเศรษฐกิจโลก โดยสำนักงานคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่น เปิดเผยว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ของญี่ปุ่นในช่วงไตรมาส 3 ปีนี้ หดตัวลง 1.6% ซึ่งสวนทางกับที่นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดว่าเศรษฐกิจจะมีการขยายตัว
ข้อมูลจีดีพีล่าสุดในไตรมาส 3 เป็นการหดตัวลงเป็นไตรมาสที่ 2 ติดต่อกัน ซึ่งบ่งชี้ว่าเศรษฐกิจญี่ปุ่นได้เข้าสู่ภาวะถดถอยในทางเทคนิคแล้ว
นอจากนี้ ตลาดหุ้นนิวยอร์ก ยังได้รับแรงกดดันหลังจากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เปิดเผยว่า การผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนต.ค.ลดลง 0.1% จากเดือนก่อนหน้า ซึ่งสวนทางกับที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดไว้ว่าจะเพิ่มขึ้น 0.2% โดยได้รับแรงกดดันจากการปรับตัวลงของภาคเหมืองแร่และภาคสาธารณูปโภค
ส่วนอัตราการใช้กำลังการผลิตในเดือนต.ค.ปรับตัวลงสู่ระดับ 78.9% จาก 79.2% ในเดือนก.ย.





