จีนเกินดุลการค้ามากถึง 45,410 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ดีกว่าที่ตลาดคาดไว้มาก
เจ้าหน้าที่ศุลกากรจีนแจ้งว่า เดือนตุลาคมปีนี้จีนเกินดุลการค้ามากถึง 45,410 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.47 ล้านล้านบาท) ดีกว่าที่ตลาดคาดไว้มาก แต่ยอดนำเข้าและส่งออกที่ขยายตัวซบเซายังคงเป็นสัญญาณที่น่ากังวล
ยอดเกินดุลการค้าของจีนในเดือนตุลาคมปีนี้สูงกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์ 11 คนคาดหมายกับวอลล์สตรีทเจอร์นัลว่าจะเกินดุลที่ 42,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.37 ล้านล้านบาท) โดยเพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันปีก่อนถึงร้อยละ 46.3 และเพิ่มขึ้นจากเดือนกันยายนที่เกินดุล 31,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1 ล้านล้านบาท) แต่ยังต่ำกว่าเดือนสิงหาคมที่ทำสถิติเกินดุลถึง 49,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.62 ล้านล้านบาท)
เจ้าหน้าที่ศุลกากรจีนกล่าวว่า มูลค่าการส่งออกเมื่อเดือนตุลาคมเพิ่มขึ้นร้อยละ 11.6 ต่อปีเป็น 206,870 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 6.72 ล้านล้านบาท) ส่วนมูลค่าการนำเข้าเพิ่มขึ้นร้อยละ 4.6 ต่อปีเป็น 161,460 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 5.25 ล้านล้านบาท)
อย่างไรก็ดี เมื่อเทียบต่อเดือนแล้ว การส่งออกซึ่งเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจจีนขยายตัวลดลงจากร้อยละ 15.3 ในเดือนกันยายน ขณะที่การนำเข้าก็ขยายตัวลดลงจากร้อยละ 7 ในเดือนกันยายน นักวิชาการระบุว่า ยอดเกินดุลการค้าเดือนตุลาคมเพิ่มขึ้นเป็นผลจากการนำเข้าหดตัวเพราะความต้องการบริโภคในประเทศซบเซา ขณะที่การส่งออกก็ไม่แข็งแกร่งนัก ถือเป็นสัญญาณที่น่าเป็นห่วงสำหรับเศรษฐกิจจีนที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลกรองจากสหรัฐ





