ผลสำรวจชี้การชุมนุมประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตยของฮ่องกงทำกิจกรรมทางธุรกิจของภาคเอกชนร่วงต่ำสุดในรอบ3ปี
ธนาคารเอชเอสบีซี และมาร์กิต เผยผลการจัดทำดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ หรือ พีเอ็มไอ ของภาคเอกชนฮ่องกง ประจำเดือนตุลาคมเมื่อวานนี้ พบว่า ในเดือนดังกล่าว พีเอ็มไออยู่ที่ระดับ 47.7 ลดลงจากระดับ 49.8 เมื่อเดือนกันยายน ถือเป็นการร่วงลงมากที่สุด นับตั้งแต่เดือนกันยายน 2554 เป็นต้นมา
การร่วงลงดังกล่าว อยู่ภายใต้การนำของดัชนีย่อยที่เป็นมาตรวัดคำสั่งซื้อ และผลผลิตใหม่ ที่ปรับลดลงอย่างมาก ซึ่งบริษัทที่ตอบแบบสำรวจจำนวนหนึ่งชี้ว่า คำสั่งซื้อ และผลผลิตใหม่ที่ลดลงนี้ เป็นผลมาจากการชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตย ที่ผู้ชุมนุมพากันปิดถนนสำคัญหลายสาย สร้างความเสียหายให้กับกิจกรรมทางธุรกิจมานานกว่าหนึ่งเดือน
ข้อมูลที่น่าสิ้นหวังนี้เป็นตัวเลขชุดแรก ที่ชี้ให้เห็นถึงผลกระทบจากการประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตยในฮ่องกง ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่า ยอดค้าปลีกเดือนตุลาคม ที่มีกำหนดเผยแพร่เดือนหน้า ก็มีทีท่าว่าซบเซาลงเช่นกัน ยิ่งตอกย้ำว่าเศรษฐกิจฮ่องกงช่วงครึ่งปีหลังกำลังชะลอตัวลง
ตัวเลขเหล่านี้จะเพิ่มแรงกดดันต่อทางการฮ่องกง ให้มีมาตรการบรรเทาความเสียหายทางเศรษฐกิจจากการประท้วงปิดถนน แม้ตลาดการเงินและธนาคารกลางจะประเมินว่ามีผลกระทบไม่มากนัก
สำหรับยอดค้าปลีกที่ได้รับผลกระทบมากอยู่แล้ว ยิ่งจะเสียหายมากขึ้นไปอีก โดยดอยช์แบงก์รายงานว่า ในปี 2556 ภาคค้าปลีกคิดเป็นเกือบหนึ่งในสี่ของผลผลิตมวลรวมภายในประเทศหรือจีดีพีของฮ่องกง เพิ่มขึ้นจาก 13.6% ในปี 2545





