วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

สำรวจอนาคตธุรกิจท่องอวกาศ

ยานอวกาศสเปซชิปทู ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาเป็นสัญญาณเตือนการออกไปสำรวจอวกาศยังเป็นเรื่องยาก เกิดระเบิดขึ้น

แม้การสำรวจสิ่งที่ไม่รู้จะอยู่ในดีเอ็นเอของมนุษย์ แต่ความสูญเสียที่เกิดขึ้นกับยานอวกาศสเปซชิปทู ของบริษัทเวอร์จิน กาแล็กติกช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เป็นสัญญาณเตือนว่า การออกไปสำรวจอวกาศยังเป็นเรื่องยาก

ยานอวกาศสเปซชิฟทู ของบริษัทเวอร์จิน กาแลกติก เกิดระเบิดขึ้นหลังแยกจากเครื่องบินส่งยานไวท์ไนท์ทู เพียง 2 นาที เหนือทะเลทรายโมฮาวี 45,000 ฟุต ทำให้มีนักบินเสียชีวิต 1 ราย ส่วนอีกรายดีดตัวออกมาได้ แต่ก็ได้รับบาดเจ็บสาหัส ซึ่งเหตุการณ์ที่ถือเป็นโศกนาฎกรรมครั้งนี้ เกิดขึ้นหลังจากยานขนส่งอวกาศไร้คนขับแอนทาเรส ของบริษัท ออร์บิทัล ไซแอนเซส ระเบิดหลังปล่อยจากฐานปล่อยยานเพียง 6 วินาทีเมื่อสัปดาห์ก่อน

ผู้คร่ำหวอดในอุตสาหกรรมด้านอวกาศ มองว่า อุตสาหกรรมการบินอวกาศเชิงพาณิชย์ แม้จะเป็นสิ่งที่คุ้มค่าแต่ก็มีความเสี่ยงสูงด้วยเช่นกัน

อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นติดต่อกัน ทำให้เกิดคำถามเกี่ยวกับความรับผิดชอบของบริษัทเหล่านี้ รวมถึงความเชื่อมั่นในระยะยาวที่ประชาชนมีต่ออุตสาหกรรมการบินอวกาศ

ด้านนายริชาร์ด แบรนสัน ผู้ก่อตั้งเวอร์จิน กาแลกติก เขียนข้อความในบล็อกส่วนตัวว่า ทุกคนทราบดีว่าหนทางสู่อวกาศเป็นเรื่อยยาก แต่การพยายามทุกครั้ง ก็ต้องพบกับความล้มเหลวเป็นธรรมดา

การแข่งขันด้านอวกาศของภาคเอกชนเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยมีบริษัทอย่างเวอร์จิน กาแลกติก และเอกซ์คอร์ แอโรสเปซ เป็นคู่แข่งขันคู่แรกในธุรกิจประเภทนี้ ต่อมาจึงมีบริษัทอื่นๆ อาทิ สเปซเอกซ์, ออร์บิทัล ไซแอนเซส และ โบอิง โดดร่วมลงสนามแข่งด้วย โดยทำสัญญาด้านการขนส่งอวกาศกับ องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ (นาซา)เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

แม้จะเกิดอุบัติเหตุกับยานแอนทาเรส แต่นาซา ยังต้องพึ่งพาบริษัทอวกาศเอกชนเหล่านี้ ในการขนส่งสินค้าขึ้นไปยังสถานีอวกาศทั้งหมด เนื่องจากนาซา ได้ยกเลิกโครงการส่งกระสวยอวกาศไปแล้วตั้งแต่ปี 2555 ที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม ภาระกิจของการบินอวกาศเชิงพาณิชย์ ไม่ใช่สิ่งจำเป็นเหมือนกับการปฏิบัติภารกิจที่สถานีอวกาศ ทำให้บริษัทเหล่านี้ ต้องสร้างความมั่นใจว่าการขนส่งผู้โดยสารไปยังอวกาศมีความปลอดภัยเพียงพอ โดยนักท่องเที่ยวที่อยากท่องอวกาศ ต้องจ่ายค่าตั๋วเป็นเงินมากถึง 250,000 ดอลลาร์ เพราะฉะนั้นความคาดหวังของนักท่องเที่ยวในเรื่องความปลอดภัยจึงสูงตามไปด้วย แต่โศกนาฎกรรมที่เกิดกับยานสเปซชิพทู อาจทำให้นักท่องเที่ยวที่เซ็นสัญญาก่อนหน้านี้กว่า 700 ชีวิต อดรู้สึกหวาดหวั่นไม่ได้

นายจอร์จ ไวท์ไซด์ส หัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่บริหาร(ซีอีโอ)และประธานของ เวอร์จิน กาแลกติก บอกว่า สิ่งที่เป็นแรงบันดาลใจของเขา คือ แนวคิดวิทยาศาสตร์ด้านอวกาศ อย่างเช่น การค้นพบว่าโลกกลม ที่ปรับเปลี่ยนโฉมหน้าวิทยาการของโลกอย่างสิ้นเชิง

ทั้งนายไวท์ไซด์ส และนายแบรนสัน ต่างยืนยันว่า นอกจากการบินไป-กลับระหว่างพื้นโลกและสถานีอวกาศแล้ว เป้าหมายสูงสุดของเวอร์จิน กาแลกติกคือ การบินในวงโคจรรอบโลก หากเทคโนโลยีดังกล่าวเกิดขึ้นจริง มนุษย์จะสามารถเดินทางข้ามทวีปภายใน 2 ชั่วโมงเท่านั้น

แม้ต้องชลอแผนดังกล่าวออกไป หลังเกิดความสูญเสีย แต่นายแบรนสัน ก็โพสต์ข้อความในบล็อกส่วนตัวว่า การท่องอวกาศเป็นเรื่องยาก แต่คุ้มค่าที่จะเสี่ยง บริษัทจะพยายามเดินหน้าโครงการนี้ต่อไปจนประสบความสำเร็จ

นั่นคือคำมั่นจากปากของผู้บริหารระดับสูง เจ้าของยานสเปซชิป แต่คำถามที่จะตามมาคือ หลังเกิดอุบัติเหตุด้านอวกาศมากกว่าหนึ่งครั้งแบบนี้ ยังจะมีคนยินดีจ่ายเงิน 250,000 ดอลลาร์ เพื่อไปท่องอวกาศอยู่อีกหรือไม่