วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ตีแผ่ชีวิตเจ้าหน้าที่สู้อีโบลา

"ออเดรย์ รานเคล" หนึ่งในทีมเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ทั้ง 600 คน เล่าถึงความตั้งใจในการเป็นอาสาสมัครสู้อีโบลา

เจ้าหน้าที่สาธารณสุข และแพทย์มากกว่า 600 คนจากภูมิภาคแอฟริกาตะวันออก ถูกส่งตัวไปสนับสนุนยังโรงพยาบาลต่างๆ ในแถบแอฟริกาตะวันตกเมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังจากที่ สหภาพแอฟริกา หรือเอยู ได้ร้องขอให้ส่งเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์เข้าไปในพื้นที่ดังกล่าวเพิ่มเติม เพื่อช่วยแก้ปัญหาการแพร่ระบาดอย่างหนักของเชื้อไวรัสอีโบลาในขณะนี้

นาง ออเดรย์ รานเคล หนึ่งในทีมเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ทั้ง 600 คน ซึ่งเป็นพยาบาลจาก "อินเตอร์เนชั่นแนล เมดิคัล คอร์ปส" หรือ องค์กรที่ให้ความช่วยเหลือทางการแพทย์โดยไม่แสวงหาผลกำไร และกำลังทำงานอยู่ใน "อีโบลา ทรีทเมนต์ ยูนิต" หรือ "อีทียู" ที่ไลบีเรีย กล่าวว่า เธอเป็นคนชอบทำงานที่ท้าทาย และเนื่องด้วยสถานการณ์ที่เชื้อไวรัสอีโบลามีการระบาดอย่างหนัก ที่ต้องการพยาบาล และแพทย์ไปช่วยเหลือผู้ป่วยโดยด่วน จึงทำให้เธอตัดสินใจที่จะสมัครเข้าร่วมกับหน่วย "อีทียู" และหลังจากที่สมัครไปแค่ 3 วัน เธอก็ต้องบินข้ามประเทศมาอยู่ที่นี่แล้ว

อย่างไรก็ตาม แม้ว่านาง รานเคล จะเคยมีประสบการณ์การทำงานในสภาพแวดล้อมที่ท้าทายมาทั่วโลก แต่นี่เป็นครั้งแรกที่เธอต้องทำงานในสถานการณ์ที่มีโรคระบาดอย่างหนักเช่นนี้ ซึ่งเธอกล่าวเพิ่มเติมว่า ตราบเท่าที่คุณรู้เกี่ยวกับข้อเท็จจริงของโรค คุณก็จะทราบว่าเชื้อโรคดังกล่าวนั้นไม่สามารถส่งผ่านมาหาคุณได้ ถ้าคุณไม่มีอาการใดๆที่บ่งชี้ว่าจะติดเชื้ออีโบลา ซึ่งนั่นทำให้ลดความตื่นตระหนกในการทำงานไปได้อย่างมาก

ส่วนสิ่งที่น่ากลัวที่สุดสำหรับการทำงานนี้คือ เมื่อไม่ได้สวมชุดสวมชุดป้องกันเชื้อไวรัสอีโบลา เพราะถ้าสวมชุด ก็จะได้รับความปลอดภัย 100 เปอร์เซนต์ แต่เมื่อไม่ได้สวมชุดป้องกัน ก็จะกังวลว่าอาจจะติดเชื้อไวรัสได้ แต่ถ้ามีประสบการณ์มากขึ้น ก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไรอีกต่อไป ที่จะะรู้ว่าอะไรปลอดภัยหรือไม่

นางรานเคล ยังได้สาธิตการสวมชุดป้องกันเชื้อโรคที่ทุกคนต้องสวมใส่ก่อนที่จะเข้าไปพบกับผู้ป่วยที่ติดเชื้ออีโบลา ซึ่งผู้ช่วยของเธอก็ช่วยใส่อย่างพิถีพิถัน เพื่อให้แน่ใจชุดดังกล่าวจะสามารถป้องกันเชื้อโรคที่อาจแพร่มาจากคนไข้ได้ ในสภาวะที่มีความเสี่ยงสูงเช่นนี้

เจ้าหน้าที่ส่วนใหญ่ที่ทำงานนี้ มีหน้าที่ในการช่วยทำความสะอาดคนไข้ รวมถึงจัดการเรื่องยา และเป็นสื่อกลางในการนำข้อความของญาติ หรือคนรักของผู้ป่วยมาให้ ซึ่งนางเรนเคล มักจะใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมงต่อวันในการดูแลคนไข้ที่อยู่ในโซนที่มีความเสี่ยงสูง แต่เธอมักจะอยู่นานกว่านั้นหากว่ามีคนไข้จำนวนมาก หรือมีบางสิ่งที่เธอจะทำได้ในนั้น

ก่อนที่เธอจะกลับไปยังหน่วยงาน เธอมักจะไปอยู่ในโซนที่ไม่ต้องใส่ชุดป้องกันเชื้อโรค เพื่อพักผ่อน และเตรียมความพร้อมสำหรับการเริ่มงานในวันใหม่