วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ผลประกอบการเอกชนหนุนหุ้นสหรัฐปิดบวกส่วนใหญ่

ผลประกอบการเอกชนหนุนหุ้นสหรัฐปิดตลาดปรับตัวขึ้นเป็นส่วนใหญ่ หลังถูกเทขายอย่างหนักในช่วง 3 วันที่ผ่านมา

หุ้นสหรัฐปิดตลาดปรับตัวขึ้นเป็นส่วนใหญ่ หลังจากที่ถูกเทขายอย่างหนักในช่วง 3 วันที่ผ่านมา ขณะที่นักลงทุนพิจารณารายงานผลประกอบการจากบรรดาธนาคารรายใหญ่ของสหรัฐ

ทั้งนี้ อุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 16,319.37 จุด ปรับตัวลง 1.70 จุดหรือ 0.01% ดัชนี S&P 500 ปรับตัวขึ้น 3.11 จุด หรือ 0.17% ปิดที่ 1,877.85 จุด และดัชนีแนสแดก เพิ่มขึ้น 13.52 จุด หรือ 0.32% ปิดที่ 4,227.17 จุด

เจพีมอร์แกน เชส แอนด์ โค ซึ่งเป็นธนาคารรายใหญ่สุดของสหรัฐเมื่อพิจารณาจากสินทรัพย์ พลิกกลับมาทำกำไรในไตรมาสสอง เนื่องจากค่าใช้จ่ายด้านกฎหมายที่ลดลง โดยรายงานกำไรสุทธิที่ 5.6 พันล้านดอลลาร์ ในไตรมาสสาม เทียบกับที่ขาดทุนสุทธิ 0.4 พันล้านดอลลาร์ในปีก่อน และมีรายได้ 2.52 หมื่นล้านดอลลาร์ แต่กำไรต่อหุ้นอยู่ที่ 1.36 ดอลลาร์ ซึ่งผิดไปจากการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์

ขณะที่ เวลส์ ฟาร์โก แอนด์ คัมพานี ซึ่งเป็นผู้ปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัยรายใหญ่สุดของสหรัฐ รายงานผลกำไรต่อหุ้นที่ 1.02 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้นจาก 99 เซนต์ในปีที่แล้ว สอดคล้องกับการคาดการณ์ของตลาด

ด้านซิตี้กรุ๊ป อิงค์ เผยกำไรต่อหุ้นปรับลดอยู่ที่ 1.15 ดอลลาร์ในไตรมาสสาม ซึ่งเพิ่มขึ้น 13% จากปีก่อน โดยมีรายได้เพิ่มขึ้น 10% แตะ 1.998 หมื่นล้านดอลลาร์ ผลประกอบการของซิตี้กรุ๊ปออกมาดีกว่าที่ตลาดประมาณการไว้

นอกจากนี้ ซิตี้กรุ๊ป ยังประกาศว่า จะถอนตัวออกจากธุรกิจธนาคารเพื่อลูกค้ารายย่อยใน 11 ตลาด เพื่อมุ่งเน้นไปที่ตลาดที่มีศักยภาพในการเติบโตมากที่สุด