หลายประเทศเริ่มดำเนินมาตรการ คัดกรองที่สนามบิน หวั่นไวรัสอีโบลา สนามบินเจเอฟเคในนิวยอร์กประเดิมเข้มงวด
อังกฤษซ้อมจำลองเหตุการณ์จริงกรณีเกิดการระบาด ขณะพยาบาลสเปนที่ติดเชื้อ อาการดีขึ้นหลังรับยาซีแมพ ด้านรัสเซียพัฒนาวัคซีน 3 ชนิด คาดพร้อมใช้ 6 เดือนหน้า ด้านยอดผู้เสียชีวิตทะลุ 4,000 ราย ด้านสาธารณสุขประจำรัฐเทกซัส เผยอาจมีผู้ติดเชื้ออีโบล่ารายที่ 2 ในสหรัฐ
นายแอนโธนี แบนเบอรี หัวหน้าฝ่ายปฏิบัติการฉุกเฉินรับมือไวรัสอีโบลาของสหประชาชาติ กล่าวหลังจากเดินทางไปไลบีเรีย กินี และเซียร์ราลีโอน ว่าไวรัสล้ำหน้าไปเร็วมากและสถานการณ์เลวร้ายลงทุกวัน ที่ผ่านมาสหประชาชาติได้ขอความช่วยเหลือจากนานาชาติ 1,000 ล้านดอลลาร์สำหรับรับมือโรคนี้แต่การให้ความช่วยเหลือดำเนินไปอย่างล่าช้า
ด้านศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐ (ซีดีซี) กล่าวว่า สนามบินนานาชาติจอห์นเอฟเคนเนดีในนิวยอร์ก เริ่มมาตรการคัดกรองที่เข้มงวดมากขึ้น สำหรับผู้โดยสารและลูกเรือจาก 3 ประเทศที่เผชิญการระบาดของอีโบลาในแอฟริกาตะวันตก ด้วยการวัดอุณหภูมิและตรวจดูว่ามีอาการป่วยหรือไม่ ทั้งยังต้องตอบคำถามต่างๆ เพื่อดูว่าเคยติดต่อสัมผัสกับผู้ติดเชื้อหรือไม่
ในวันพฤหัสบดี (16 ต.ค.) สนามบินหลักอีก 4 แห่งของสหรัฐจะเริ่มมาตรการตรวจเช็คในแบบเดียวกัน
ปัจจุบันไม่มีเที่ยวบินตรงจาก 3 ประเทศในแอฟริกาตะวันตกไปยังสหรัฐ ดังนั้นเจ้าหน้าที่จึงคัดกรองผู้โดยสารด้วยการดูข้อมูลการเดินทางและตรวจสอบหนังสือเดินทาง รวมถึงใช้อุปกรณ์อินฟราเรดวัดอุณหภูมิ สำหรับผู้ที่มีไข้หรือแสดงอาการอื่นๆ ว่าอาจติดเชื้อ เจ้าหน้าที่อาจตัดสินใจนำตัวคนนั้นไปยังโรงพยาบาลหรือแยกตัวไว้
ด้านประเทศในละตินอเมริกา อย่างเปรูและอุรุกวัยได้ประกาศมาตรการคัดกรองที่สนามบินเช่นกัน ขณะที่เม็กซิโกและนิการากัวมีแผนคัดกรองผู้ที่จะเดินทางไปสหรัฐ ด้านรัฐบาลแคนาดาแนะนำพลเมืองตัวเองให้ออกจากประเทศในแอฟริกาตะวันตกที่เผชิญการระบาด พร้อมดำเนินมาตรการคัดกรองผู้คนที่ผ่านเข้าออกแคนาดา
สำหรับอังกฤษกล่าวว่า จะเริ่มคัดกรองที่สนามบินหลัก 2 แห่งและทางรถไฟจากยุโรป ทั้งยังจัดการซักซ้อมทั่วประเทศ เพื่อเตรียมความพร้อมกรณีอีโบลาระบาด โดยนายเจเรอมี ฮันต์ รัฐมนตรีสาธารณสุข กล่าวหลังจากการซ้อมว่าอังกฤษพร้อมรับมือหากเกิดการระบาด
การซ้อมของอังกฤษเป็นการจำลองเหตุการณ์จริง และใช้เวลา 8 ชั่วโมงในการซักซ้อม พร้อมบุคลากรทางการแพทย์ 750 คน โฆษกกระทรวงสาธารณสุขกล่าวว่าเป็นสิ่งสำคัญในการสร้างสถานการณ์ให้เหมือนจริงที่สุดเพื่อทดสอบการรับมือกรณีเกิดการระบาด
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีการผู้ติดเชื้อในประเทศอื่นเพิ่มเติมนอกจาก 3 ประเทศในแอฟริกาตะวันตก โดยกระทรวงสาธารณสุขบราซิลรายงานงานผลการตรวจชายกินีว่าไม่พบการติดเชื้อ ส่วนในมาซิโดเนียนั้น ผลการตรวจสอบชายอังกฤษที่เสียชีวิตและมีอาการคล้ายไวรัสอีโบลา ก็ตรวจสอบแล้วปรากฏว่าไม่ใช่
พยาบาลสเปนอาการดีขึ้น
อาการของพยาบาลสเปนวัย 44 ปีที่ชื่อเทเรซา โรเมโร มีอาการดีขึ้น โดยรู้สึกตัว พูดคุยเป็นบางครั้ง อารมณ์ดี และสามารถลุกขึ้นนั่งเองได้ พี่ชายของนางโรเมโรยืนยันว่าน้องสาวไม่มีไข้แล้ว แม้ป่วยหนักแต่ดูเหมือนเธอมีอาการดีขึ้น
เชื่อว่านางโรเมโรติดเชื้อช่วงปลายเดือนก.ย.ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในกรุงมาดริด ขณะดูแลมิชชันนารีที่ติดเชื้อจากแอฟริกาตะวันตกและถูกนำตัวกลับมารักษายังประเทศแต่เสียชีวิตลงในที่สุด
นอกจากนางโรเมโรแล้ว ยังมีผู้คนอีก 15 คน ส่วนใหญ่เป็นบุคลากรในโรงพยาบาลและสามีของนางโรเมโร ที่ถูกกักตัวไว้สังเกตอาการยังโรงพยาบาลคาร์ลอสที่ 3 อันเป็นโรงพยาบาลเดียวกับที่รักษาพยาบาลคนนี้ โดยผู้ที่ถูกสังเกตอาการทั้งหมดนั้น ไม่มีใครแสดงอาการว่าติดเชื้อ
แหล่งข่าวในโรงพยาบาลเผยว่า แพทย์เริ่มให้ยาซีแมพแก่นางโรเมโรเมื่อค่ำวันศุกร์ (10 ต.ค.) ก่อนหน้านี้ได้มีการให้แอนตีบอดีจากคนไข้ที่ติดเชื้อแล้วหาย แก่นางโรเมโร
สำหรับอาการของช่างภาพอิสระชาวอเมริกันที่ติดเชื้อ ดีขึ้นอย่างต่อเนื่องหลังเข้ารับการรักษาที่ศูนย์การแพทย์เนบราสกา โดยนายอโชกา มัคโป วัย 33 ปี ได้รับยาบรินไซโดโฟเวียร์ ที่กำลังมีการทดลอง ทั้งยังได้รับการถ่ายเลือดจากนายแพทย์เคนต์ แบรนต์ลีย์ ชาวอเมริกันที่ติดเชื้อจากแอฟริกาตะวันตกและหายในที่สุด
รัสเซียเร่งพัฒนาวัคซีน
นางเวโรนิกา สวอร์ตโซวา รัฐมนตรีสาธารณสุขรัสเซีย ประกาศว่ารัสเซียได้พัฒนาวัคซีนอีโบลา 3 ชนิด และคิดว่าน่าจะพร้อมภายในช่วง 6 เดือนหน้า โดยวัคซีนตัวหนึ่งพร้อมทำการทดลองในคน ส่วนวัคซีนอีกตัวหนึ่งพัฒนามาจากไวรัสอีโบลาสายพันธุ์ที่ไม่มีฤทธิ์แล้ว
รัสเซียซึ่งไม่มีการระบาดของอีโบลา ได้ส่งคณะนักวิทยาศาสตร์และห้องทดลองเคลื่อนที่ไปช่วยรับมือการระบาดที่กินีเมื่อปลายเดือนส.ค. ทั้งยังจัดทำแผนป้องกันไวรัสด้วยการติดตั้งกล้องวัดอุณหภูมิไว้ที่สนามบิน 71 แห่งทั่วประเทศ ทั้งยังคอยสังเกตอาการนักศึกษากว่า 450 คนจากแอฟริกาตะวันตกที่กำลังศึกษาอยู่ในมหาวิทยาลัยรัสเซีย
นอกจากนั้น ยังมีการพัฒนาวัคซีนในทวีปแอฟริกาเป็นครั้งแรกที่มาลี ซึ่งไม่มีผู้ติดเชื้อไวรัสนี้ แต่มีพรมแดนติดกับกินีที่เผชิญการระบาด โดยอาสาสมัคร 40 คนได้เข้ารับวัคซีน
องค์การอนามัยโลกรายงานว่ายอดผู้เสียชีวิตจากไวรัสอีโบลาอยู่ที่ 4,033 ราย จากจำนวนผู้ติดเชื้อ 8,399 คน โดยไลบีเรียมีผู้เสียชีวิตมากที่สุด 2,319 ราย ตามด้วยเซียร์ราลีโอน 930 ราย และกินี 778 ราย สำหรับยอดผู้เสียชีวิตในไนจีเรียมีเท่าเดิมคือ 8 ราย องค์การอนามัยโลกกล่าวว่าในวันที่ 20 ต.ค.นี้จะประกาศว่าไนจีเรียปลอดจากไวรัสอีโบลาหากไม่พบผู้ติดเชื้อเพิ่ม
อาจมีผู้ติดเชื้อรายที่ 2 ในสหรัฐฯ
นายแพทย์เดวิด ลาคีย์ แห่งแผนกสาธารณสุขประจำรัฐเทกซัส เผยว่าบุคลากรทางการแพทย์คนหนึ่งที่โรงพยาบาลเทกซัสเฮลธ์เพรสไบทีเรียนในเมืองดัลลัส ซึ่งรักษานายโธมัส อีริก ดันแคน ชาวไลบีเรียที่ติดเชื้อและเดินทางไปยังเทกซัสจนกระทั่งเสียชีวิตในที่สุด มีผลตรวจเป็นบวกในการทดสอบเบื้องต้น
นายลาคีย์กล่าวว่ามีความเป็นไปได้ที่อาจมีผู้ติดเชื้อเพิ่ม และเจ้าหน้าที่ก็เตรียมพร้อมรับมือเหตุการณ์นี้ไว้แล้ว
หากผลการตรวจสอบเบื้องต้นได้รับการยืนยัน จะถือว่าเป็นคนที่ 2 ที่ได้รับการวินิจฉัยว่าติดเชื้ออีโบลาในสหรัฐ โดยบุคลากรคนนี้รายงานว่ามีไข้ต่ำเมื่อคืนวันศุกร์ (10 ต.ค.) และถูกแยกตัวไว้ เจ้าหน้าที่ได้สอบถามผู้ป่วยเพื่อขอรายละเอียดว่าติดต่อสัมผัสกับผู้ใดบ้าง ซึ่งผู้ที่ติดต่อกับบุคลากรคนนี้หลังจากมีการแสดงอาการ จะได้รับการจับตาเพื่อสังเกตอาการ





