ชาวไลบีเรียที่บินไปเทกซัสและแสดงอาการติดเชื้อเป็นรายแรกในสหรัฐ เสียชีวิตแล้วหลังเข้าโรงพยาบาล 10 วัน
และได้รับยาตัวใหม่ ทำเนียบขาวประกาศเพิ่มมาตรการเข้มงวดการคัดกรองสนามบินใหญ่ 5 แห่งทันที ด้านสเปนกักบริเวณและสังเกตอาการเพิ่มผู้สัมผัสใกล้ชิดพยาบาลติดเชื้อ พร้อมจบชีวิตสุนัข หวั่นเป็นพาหะ
นายโธทัส อีริก ดันแคน ชาวไลบีเรียซึ่งเป็นคนแรกที่ติดเชื้อไวรัสอีโบลาในสหรัฐ เสียชีวิตระหว่างถูกแยกตัวไว้รักษาที่โรงพยาบาลเทกซัสเฮลธ์เพรสไบทีเรียนดัลลัส และหลังจากเขาเข้ารับการรักษาเป็นเวลา 10 วัน รวมถึงเพิ่งรับยาตัวใหม่ที่ชื่อบรินไซโดโฟวีร์ หลังจากเข้าโรงพยาบาลไปแล้ว 6 วัน โดยยานี้กำลังอยู่ในขั้นทดลองและเป็นครั้งแรกที่มีการใช้ยานี้เพื่อรับมือไวรัสอีโบลา
ผู้เชี่ยวชาญสงสัยทำไมให้ยาคนละตัว
บรรดาผู้เชี่ยวชาญอีโบลาตั้งคำถามว่า เหตุใดจึงมีการให้ยาบรินไซโดโฟวีร์ แทนที่จะให้ยาทีเคเอ็ม-อีโบลา ซึ่งผ่านการทดลองในคนแล้ว และเคยมีการให้ยานี้แก่ นพ.ริก ซาครา ผู้ติดเชื้ออีกคนที่ติดเชื้อจากไลบีเรีย และหายจากโรคได้ โดยนักไวรัสวิทยาแห่งมหาวิทยาลัยเทกซัส กล่าวว่า นายแพทย์ซาคราป่วยหนักตอนที่เริ่มได้รับการรักษา แต่ยานี้ช่วยชีวิตเขาไว้ได้
โฆษกโรงพยาบาล กล่าวว่า กำลังสังเกตอาการคนประมาณ 48 คนที่ติดต่อสัมผัสโดยตรงหรือทางอ้อมกับนายดันแคน แต่ไม่มีใครแสดงอาการ
การเสียชีวิตของนายดันแคนก่อให้เกิดคำถามเกี่ยวกับการดูแลรักษา เพราะเขาไปที่โรงพยาบาล 2 วันก่อนถูกรับตัวเข้ารักษาแต่ถูกส่งกลับบ้านพร้อมยาปฏิชีวนะ
นพ.เครก สมิธ ผู้อำนวยการแผนกโรคติดต่อ ประจำโรงพยาบาลในเมืองออกุสตา กล่าวว่า อีโบลาก็เหมือนโรคอื่นที่จะหายได้หากรักษาแต่เนิ่นๆ
เชื่อว่านายดันแคนติดเชื้ออีโบลาก่อนออกจากไลบีเรียและขึ้นเครื่องบินไปเยี่ยมครอบครัวที่เทกซัส แต่ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐ (ซีดีซี) กล่าวว่า มีความเสี่ยงเป็นศูนย์ที่ผู้โดยสารคนอื่นจะติดเชื้อจากนายดันแคน เพราะเขายังไม่แสดงอาการในช่วงที่อยู่บนเครื่อง
นอกจากนั้น ยังมีอีก 2 คนที่เข้าโรงพยาบาลในนครลอสแองเจลีสและเมืองดัลลัส แต่ในกรณีของลอสแองเจลีสนั้น ปรากฏว่าบุคคลนี้เคยเดินทางไปไลบีเรีย แต่ไม่ได้ติดเชื้อ ส่วนในดัลลัสนั้น ผู้เข้ารับการตรวจไม่ได้มีการสัมผัสติดต่อโดยตรงกับผู้มีอาการอีโบลา แต่ก็กำลังรอผลการตรวจอยู่
เข้มงวดคัดกรองสนามบิน
ไม่กี่ชั่วโมงหลังจากการเสียชีวิตของนายดันแคน ทำเนียบขาวประกาศเพิ่มมาตรการเข้มงวดด้านการคัดกรองตามสนามบินใหญ่ 5 แห่งในสหรัฐ ได้แก่ สนามบินจอห์นเอฟเคนเนดีในนิวยอร์ก สนามบินนานาชาติดัลเลสในวอชิงตัน สนามบินนานาชาติโอฮาเรในชิคาโก สนามบินฮาร์ตฟิลด์-แจคสันในแอตแลนตา และสนามบินนานาชาตินวาร์ก ลิเบอร์ตี ในนิวเจอร์ซีย์ ทั้งยังส่งเจ้าหน้าที่ซีดีซีไปตามสนามบินบางแห่งเพื่อวัดอุณหภูมิของผู้ที่เดินทางมาจากประเทศที่มีการระบาดของเชื้อไวรัสอีโบลา
นายทอม ฟรีเดน ผู้อำนวยการซีดีซี กล่าวว่า ในแต่ละวันมีคนเดินทางจากแอฟริกาตะวันตกเข้าไปยังสหรัฐประมาณ 150 คนและมาตรการคัดกรองนั้นเป็นสิ่งที่สามารถบริหารจัดการได้
ด้านรัฐมนตรีสาธารณสุขแคนาดา กล่าวว่า ผู้โดยสารจากประเทศแอฟริกาตะวันตกที่เผชิญการระบาด ต้องผ่านการคัดกรองที่เข้มงวดมากขึ้น แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติม
อีโบลาคร่าชีวิตไปแล้ว 3,865ราย
องค์การอนามัยโลกรายงานว่า ไวรัสอีโบลาคร่าชีวิตผู้คนไปแล้ว 3,865 ราย จากจำนวนผู้ติดเชื้อ 8,033 คนในปีนี้ ส่วนใหญ่อยู่ในไลบีเรีย เซียร์ราลีโอน และกินี ขณะที่ธนาคารโลกประเมินว่าหากไวรัสระบาดมากขึ้นไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ผลกระทบอาจคิดเป็นมูลค่า 32,600 ล้านดอลลาร์ภายในสิ้นปีหน้า
สเปนกักบริเวณเพิ่ม5คน
ด้าน สเปน ได้กักบริเวณผู้คนที่สัมผัสใกล้ชิดกับพยาบาลที่ติดเชื้อ เพิ่มเติมอีก 5 คน ทั้งยังสังเกตอาการผู้คนแวดล้อมอีกกว่าสิบคน หลังจากพยาบาลในกรุงมาดริดติดเชื้อไวรัสอีโบลาขณะดูแลมิชชันนารี 2 คนที่ติดเชื้อจากแอฟริกาตะวันตกและถูกนำตัวกลับมารักษาในประเทศจนกระทั่งเสียชีวิตในที่สุด
ส่วนคน 2 คนที่ถูกแยกตัวไว้สังเกตอาการก่อนหน้านี้ ปรากฏว่าไม่พบว่ามีอาการติดเชื้อและได้รับอนุญาตให้ออกจากโรงพยาบาลไป ด้านรัฐมนตรีสาธารณสุข กล่าวว่า ไม่มีสัญญาณว่าเพื่อนร่วมงานของนางเทเรซา โรเมโร ซึ่งเป็นพยาบาลผู้ติดเชื้อ มีอาการติดเชื้อไปด้วย
นางโรโมโร ถือเป็นคนแรกที่ติดเชื้ออีโบลานอกแอฟริกาตะวันตก แพทย์คนหนึ่งที่ตรวจอาการเธอ กล่าวว่า นางโรเมโรอาจติดเชื้อหลังจากมือที่สวมถุงมือยางไปสัมผัสหน้าตัวเอง ในช่วงที่ถอดชุดป้องกันการติดเชื้อ
เจ้าหน้าที่สหภาพสาธารณสุข กล่าวว่า นางโรเมโรแจ้งต่อเจ้าหน้าที่ประจำโรงพยาบาล 3 ครั้งว่ามีไข้และผื่น แต่เนื่องจากอุณหภูมิของเธอสูงไม่เกิน 38.6 องศาเซลเซียส โรงพยาบาลจึงมองว่าไม่มีความเสี่ยง
ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า อีโบลาติดต่อด้วยการสัมผัสใกล้ชิดกับของเหลวจากร่างกายของผู้แสดงอาการติดเชื้อ เช่น มีไข้ ปวดเมื่อย อาเจียน และท้องร่วง หรือผู้เสียชีวิตจากอีโบลา
จบชีวิตสุนัขที่พยาบาลป่วยเลี้ยงไว้
ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่สาธารณสุขได้มีการฉีดยาเพื่อจบชีวิตสุนัขของนางโรเมโรเพื่อเป็นการป้องกันไว้ก่อน เพราะมีความเสี่ยงทางชีวภาพและมีหลักฐานว่าสุนัขสามารถเป็นพาหะได้ แต่การกระทำนี้เรียกเสียงวิจารณ์จากนักเคลื่อนไหวสิทธิสัตว์
นายกรัฐมนตรีมาเรียโน ราจอย แห่งสเปน ปกป้องเจ้าหน้าที่สาธารณสุขและขอให้ประชาชนอย่าแตกตื่น โดยกล่าวว่า ไม่มีแนวโน้มที่เชื้ออีโบลาจะเกิดการระบาดและลุกลามถึงผู้คนจำนวนมาก เขาได้ตั้งคณะกรรมการเพื่อดูแลการประสานงานระหว่างรัฐบาลกับสถาบันต่างๆ ในยุโรปแล้ว
"ขอให้ผู้เชี่ยวชาญได้ทำงานไป ระบบสาธารณสุขของสเปนติดอันดับดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลก" นายราจอย ระบุ
การรับมือของสเปนในกรณีนี้ กลายเป็นที่กังขาหลังจากมีข่าวว่านางโรเมโรล้มป่วยเมื่อวันที่ 30 ก.ย. ขณะหยุดงานหลังจากดูแลมิชชันนารี แต่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลหลังจากเวลาผ่านไป 6 วัน โดยในช่วงนั้นนางโรเมโรไปหาแพทย์ประจำครอบครัว แต่ไม่ยอมบอกว่าสัมผัสโดยตรงกับผู้ติดเชื้ออีโบลา
อย่างไรก็ตาม นายเฟรเดิริก วินเซนต์ โฆษกกรรมาธิการด้านสาธารณสุขของยุโรป กล่าวว่า มาตรฐานด้านสุขภาพและการแพทย์ในยุโรป ทำให้สถานการณ์ในทวีปนี้ไม่สามารถเปรียบเทียบได้กับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในแอฟริกา
"ไม่มีแนวโน้มว่าจะเกิดการระบาดของอีโบลาในยุโรป เพราะมีการจัดวางมาตรการดูแลความปลอดภัยไว้แล้ว" นายวินเซนต์ระบุ พร้อมเสริมว่าก่อนการติดเชื้อของนางโรเมโร สหภาพยุโรปซึ่งมีสมาชิก 28 ประเทศ ดูแลผู้ติดเชื้ออีโบลาที่ถูกส่งตัวมาจากแอฟริกาตะวันตก 8 คน ทั้งหมดล้วนเป็นเจ้าหน้าที่ที่ดูแลผู้ติดเชื้อในแอฟริกาตะวันตก
ยูโรโพลิติกอ้างเอกสารภายในของสหภาพยุโรป ที่ระบุว่า โปรตุเกสติดอันดับประเทศที่มีอุปกรณ์พร้อมที่สุดในการรับมืออีโบลา ด้วยจำนวนเตียง 37 เตียงในบริเวณที่แยกส่วนต่างหาก เทียบกับเดนมาร์กที่มี 42 เตียง อิตาลี 21 เตียง และฝรั่งเศส 20 เตียง
คร.ชี้ปกติสัตว์ก็ติดเชื้ออีโบลาได้
นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค (คร.) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวถึงกรณีที่ในต่างประเทศมีการฆ่าสุนัขที่ใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อไวรัสอีโบลาว่า โดยปกติสัตว์ก็สามารถติดเชื้อไวรัสอีโบลาได้ทั้งลิง ค้างคาว จึงเชื่อว่าสุนัขก็น่าจะติดเชื้อได้เช่นกัน แต่ยังไม่เคยมีรายงานว่ามีคนติดเชื้อจากสุนัข ส่วนการติดต่อจากคนไปสุนัขนั้นก็ยังไม่มีความชัดเจนเช่นกัน
"การที่หน่วยงานในพื้นที่ของต่างประเทศมีการกำจัดสุนัขคงเพื่อเป็นการป้องกัน เพียงแต่ในกรณีที่เกิดขึ้นยังไม่มีการพิสูจน์ว่าสุนัขติดเชื้อหรือไม่ก็กำจัดแล้ว ทำให้มีคนแสดงความไม่เห็นด้วยค่อนข้างมาก" นพ.โอภาส กล่าว
สำหรับในประเทศไทยจากการที่ดำเนินมาตรการต่างๆ ทั้งการเฝ้าระวังผู้เข้าเกณฑ์ติดเชื้อไวรัสอีโบลาที่ท่าอากาศยานต่างๆ และระดับชุมชน รวมถึงการเตรียมความพร้อมเรื่องการให้การรักษา ขณะนี้ยังไม่พบกรณีคนที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทยแล้วมีข้อที่ต้องน่ากังวลเกี่ยวกับการติดเชื้อชนิดนี้





