ชาวไลบีเรีย ผู้ติดเชื้ออีโบลาคนแรกในสหรัฐ อาการหนัก ขณะผู้ใกล้ชิด 9 คนไม่แสดงอาการติดเชื้อ
ด้านนักวิจัยและเจ้าหน้าที่ที่ติดเชื้อจากเซียร์ราลีโอนและไลบีเรีย บินไปรักษาตัวในเยอรมนีและฝรั่งเศส มีอาการดีขึ้นจนสามารถออกจากโรงพยาบาลได้แล้ว
โรงพยาบาลเทกซัสในสหรัฐ ซึ่งให้การรักษานายโธมัส อีริก ดันแคน ชาวไลบีเรีย ที่เดินทางไปเยี่ยมญาติในสหรัฐ และต่อมาแสดงอาการติดไวรัสอีโบลา กล่าวว่า นายดันแคน ซึ่งเป็นผู้ติดเชื้อคนแรกในสหรัฐ มีอาการเลวร้ายลงและอยู่ในสภาพสาหัส โดยก่อนหน้านี้ทางโรงพยาบาลระบุว่านายดันแคนป่วยหนัก
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ระบุว่าบุคคลที่เชื่อว่าใกล้ชิดกับนายดันแคน รวมถึง 9 คนที่ถูกมองว่ามีความเสี่ยงสูง ไม่ได้แสดงอาการว่าติดเชื้อ โดยคนเหล่านี้พักอาศัยอยู่ในอพาร์ตเมนต์ห้องเดียวกับนายดันแคนช่วงที่เขาเริ่มแสดงอาการ ส่วนคนอื่นที่สัมผัสเขาคือเจ้าหน้าที่สาธารณสุข รวมถึงผู้นำตัวนายดันแคนไปขึ้นรถพยาบาล
"เรามั่นใจว่าผู้ใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อ ไม่ได้รับไวรัสอีโบลา เพราะไม่มีผู้ใดมีไข้เลย แต่เจ้าหน้าที่จะจับตาอาการของผู้ใกล้ชิดที่มีความเสี่ยงสูง 9 คนต่อไป เพราะช่วงอันตรายสุดหลังการติดต่อสัมผัส คือ 8-9 วัน แต่อาจนานถึง 21 วันกว่าจะแสดงอาการ" นายทอม ฟรีเดน ผู้อำนวยการศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐ (ซีดีซี) พร้อมยืนยันว่าไม่พบผู้ติดเชื้อเพิ่มเติมรายใหม่ในสหรัฐ
ทั้งนี้ ไม่กี่วันก่อนบินไปเทกซัส นายดันแคนได้ช่วยเหลือผู้หญิงมีครรภ์คนหนึ่งที่ต่อมาเสียชีวิตด้วยไวรัสอีโบลา แต่เขาปกปิดข้อมูลส่วนนี้จากเจ้าหน้าที่ประจำสนามบินไลบีเรีย ขณะที่หลังจากเดินทางไปถึงสหรัฐแล้ว นายดันแคนเริ่มแสดงอาการและได้ไปยังห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลแต่ถูกส่งกลับบ้าน ทั้งที่แจ้งต่อนางพยาบาลว่าเพิ่งเดินทางมาจากไลบีเรีย ทำให้มีเวลา 4 วันระหว่างที่เขาเริ่มป่วยและติดต่อสัมผัสกับผู้ใกล้ชิด
นายฟรีเดน กล่าวว่า กรณีของนายดันแคนทำให้โรงพยาบาลทั่วสหรัฐมีความระมัดระวังมากขึ้นในการตรวจสอบอาการคนไข้ที่มีความเสี่ยงติดเชื้อ โดยเฉพาะผู้ที่เดินทางมาจากแอฟริกาตะวันตก โดยผู้ว่าการรัฐฟลอริดา เผยว่ามีคนไข้คนหนึ่งเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลเมืองซาราโซตา และกำลังสังเกตอาการพร้อมถูกแยกตัวไว้ เนื่องจากคนไข้คนนี้เพิ่งเดินทางไปแอฟริกาตะวันตก สำหรับผู้ป่วยอีกคนหนึ่งที่เข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลโฮเวิร์ด ที่วอชิงตันดีซี ผ่านการตรวจแล้วไม่พบว่าติดเชื้อแม้เพิ่งเดินทางกลับจากไนจีเรีย
ในเมืองนิวเจอร์ซีย์ เจ้าหน้าที่ซีดีซีในชุดป้องกันโรคติดต่อทางชีวภาพ ได้นำตัวผู้โดยสารที่ป่วยและลูกสาว ลงจากเครื่องบินของสายการบินยูไนเตดแอร์ไลน์ส แต่ซีดีซีแถลงในเวลาต่อมาหลังการตรวจอาการว่าผู้ป่วยที่เพิ่งเดินทางกลับจากแอฟริกาตะวันตกคนนี้ ไม่ได้ติดเชื้ออีโบลา
ขณะเดียวกัน ผู้ติดเชื้อ 2 คนในแอฟริกาตะวันตก ซึ่งได้รับการส่งตัวไปเยอรมนีและฝรั่งเศสเพื่อรักษาตัวและพักฟื้นนั้น มีอาการดีขึ้น โดยโรงพยาบาลประจำมหาวิทยาลัยฮัมบูร์กกล่าวว่านักวิจัยชาวเซเนกัล เป็นคนไข้คนแรกที่ติดเชื้ออีโบลาและบินไปรักษาที่เยอรมนี ล่าสุดนักวิจัยคนนี้มีอาการดีขึ้นและฟื้นตัวขึ้นมากจนสามารถออกจากโรงพยาบาลไปเมื่อวันศุกร์ (3 ต.ค.)
นักวิจัยคนนี้ติดไวรัสขณะทำงานในห้องทดลองที่เซียร์ราลีโอนในนามขององค์การอนามัยโลก โดยเขาบินไปถึงเมืองฮัมบูร์กเมื่อปลายเดือนส.ค. และเป็นหนึ่งใน 2 คนไข้ที่เข้าไปรักษาตัวยังเยอรมนี
แพทย์ที่รักษาชายคนนี้ไม่ได้ระบุว่าใช้ยาชนิดใดในการรักษา กล่าวเพียงว่าไม่ได้ใช้ยาที่ไม่ผ่านการทดลอง สำหรับอีกคนหนึ่งที่กำลังเข้ารับการรักษาในเยอรมนีได้ถูกส่งตัวไปเมืองแฟรงเฟิร์ตเมื่อวันศุกร์ (3 ต.ค.) จากเซียร์ราลีโอน หลังจากติดเชื้อขณะรักษาคนไข้อีโบลาระหว่างทำงานในนามของกลุ่มช่วยเหลือของอิตาลี
ส่วนในฝรั่งเศส เจ้าหน้าที่หญิงคนหนึ่งติดเชื้ออีโบลาขณะทำงานให้กลุ่มแพทย์ไร้พรมแดนในไลบีเรีย และได้รับการส่งตัวกลับไปกรุงปารีส ล่าสุดหญิงคนนี้มีอาการดีขึ้นและสามารถออกจากโรงพยาบาลได้แล้ว





