องค์การอนามัยโลกแถลงพยายามในการใช้ยารักษาเชื้อไวรัสอีโบลาขั้นทดลองในแอฟริกาตะวันตก
องค์การอนามัยโลกแถลงที่นครเจนีวาของสวิตเซอร์แลนด์วานนี้ (26 ก.ย.) ว่า ขณะนี้ความพยายามในการใช้ยารักษาเชื้อไวรัสอีโบลาขั้นทดลองในแอฟริกาตะวันตก กำลังมุ่งเน้นไปที่การบำบัดโดยการใช้เลือดของผู้รอดชีวิตจากไวรัสดังกล่าว
องค์การอนามัยโลกรายงานว่า เซรุ่มระยะฟื้นโรคซึ่งสกัดจากเลือดของผู้รอดชีวิต ประกอบด้วยสารภูมิต้านทานที่ร่างกายผลิตขึ้นเพื่อต่อสู้กับเชื้ออีโบลา นับเป็นข่าวดีในช่วงที่สถานการณ์การแพร่ระบาดกำลังเลวร้ายลงเรื่อยๆ
ความสำเร็จล่าสุดนี้เกิดจากแพทย์ชาวอเมริกันคนหนึ่งที่ไปรักษาผู้ป่วยในไลบีเรีย และได้รับการยืนยันในภายหลังว่าปลอดเชื้ออีโบลาเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา หลังจากได้รับการถ่ายเลือดจากอดีตผู้ป่วยอีโบลารายหนึ่งที่รอดชีวิต
เมื่อต้นเดือนนี้ คณะผู้เชี่ยวชาญขององค์การอนามัยโลกได้ประเมินความแตกต่างของการรักษาขั้นทดลองต่างๆ และเห็นพ้องกันว่าการบำบัดด้วยเลือดของผู้รอดชีวิตถือเป็นวิธีที่มีแนวโน้มรักษาเชื้ออีโบลาได้ดีที่สุด
แม้ว่าวิธีการบำบัดดังกล่าวยังไม่มีการทดสอบในคลินิก แต่ก็เคยถูกใช้มาแล้วในปี 2538 เพื่อรักษาผู้ป่วยอีโบลา 8 รายในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก โดย 7 รายในนั้นสามารถรอดชีวิตได้
อย่างไรก็ตาม องค์การอนามัยโลกระบุว่า การเก็บและใช้เลือดในปริมาณมากขึ้นเพื่อรักษาเชื้ออีโบลาในแอฟริกาตะวันตก จะต้องมีเจ้าหน้าที่ การฝึกอบรม ห้องปฏิบัติการ และมาตรการป้องกันเบื้องต้นเพียงพอด้วย ขณะเดียวกัน การบำบัดด้วยเลือดนี้ยังสามารถนำไปใช้รักษาโรคอื่นๆได้ เช่น ไข้มาลาเรีย และไข้เลือดออกเด็งกี
สำหรับข้อมูลล่าสุดขององค์การอนามัยโลก ระบุว่า ยอดผู้เสียชีวิตจากเชื้ออีโบลานับถึงวันที่ 21 กันยายน อยู่ที่ 2,917 คน จากผู้ติดเชื้อทั้งหมด 6,263 ใน 5 ประเทศแอฟริกาตะวันตกที่ได้รับผลกระทบจากไวรัสมรณะนี้





