สหรัฐ โจมตีกลุ่มไอเอสในซีเรียอีกครั้ง ด้วยเครื่องบินรบที่พุ่งเป้าไปที่โรงกลั่นน้ำมันที่ถูกยึดโดยกลุ่มไอเอส
กระทรวงกลาโหมสหรัฐแถลงว่า สหรัฐ รวมถึงซาอุดีอาระเบียและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์หรือยูเออี กลับมาปฏิบัติการโจมตีกลุ่มรัฐอิสลามหรือไอเอสในซีเรียอีกครั้ง ด้วยเครื่องบินรบที่พุ่งเป้าไปที่โรงกลั่นน้ำมันที่ถูกยึดโดยกลุ่มไอเอส
โฆษกกระทรวงกลาโหมสหรัฐ พลเรือตรีจอห์น เคอร์บี แถลงว่า ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศซึ่งนำโดยสหรัฐครั้งนี้ พุ่งเป้าไปที่โรงกลั่นน้ำมัน 12 แห่งในภาคตะวันออกของซีเรียเป็นครั้งแรก เพื่อตัดแหล่งรายได้ของกลุ่มไอเอสจากการขายน้ำมันในในตลาดมืดที่สามารถสร้างรายได้ให้กับกลุ่มถึงวันละ 2 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 64.6 ล้านบาท
นายเคอร์บีกล่าวว่า โรงกลั่นน้ำมันเหล่านี้ถูกทำลายโดยขีปนาวุธนำวิถีของหน่วยเครื่องบินรบพันธมิตร ซึ่งรวมถึงเครื่องบินรบจากซาอุดีอาระเบียและยูเออีด้วย
ขณะที่บรรดานักวิเคราะห์กล่าวว่า กลุ่มไอเอสก่อการในลักษณะคล้ายกับกลุ่มมาเฟียและใช้วิธีการลักพาตัวเพื่อเรียกค่าไถ่ ขู่กรรโชก และโจรกรรม นอกเหนือจากการขายน้ำมันเถื่อน เพื่อหารายได้ให้กับตัวเอง
ทั้งนี้ สหรัฐเริ่มโจมตีทางอากาศต่อกลุ่มไอเอสในอิรักเมื่อเดือนก่อน ก่อนที่จะขยายวงมาที่ซีเรียเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา พร้อมกับความร่วมมือจากพันธมิตรชาติอาหรับ 5 ชาติ ได้แก่ บาห์เรน จอร์แดน กาตาร์ ซาอุดีอาระเบีย และยูเออี แต่ไม่มีการเปิดเผยว่าแต่ละประเทศทำหน้าสนับสนุนอย่างไรบ้าง อย่างไรก็ดี แหล่งข่าวเจ้าหน้าที่ในกองทัพสหรัฐเผยว่า เครื่องบินจำนวนหนึ่งจากในกลุ่มประเทศเหล่านี้ได้ทำการทิ้งระเบิดใส่ฐานที่มั่นของกลุ่มไอเอสในซีเรียด้วย
ก่อนหน้านี้ นายกรัฐมนตรีเดวิด คาเมรอนของอังกฤษ แถลงว่า อังกฤษจะเข้าร่วมภารกิจโจมตีทางอากาศเพื่อกำจัดกลุ่มไอเอสในอิรัก โดยรัฐสภาอังกฤษ จะจัดประชุมสมัยวิสามัญขึ้นในวันพรุ่งนี้ (26 ก.ย.) เพื่อลงมติอนุมัติให้กองทัพอากาศอังกฤษโจมตีฐานที่มั่นของไอเอสในภาคเหนือของอิรัก โดยปฏิบัติการนี้ได้รับการสนับสนุนจาก 3 พรรคการเมืองหลักของอังกฤษและคาดว่าจะผ่านการเห็นชอบของสภาได้
นายคาเมรอน กล่าวด้วยว่า การสู้รบกับไอเอสในอิรักและซีเรียจำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนจากแผนการที่รอบคอบ รวมถึงการระดมประเทศมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้มาเข้าร่วม และพุ่งเป้าไปที่อุดมการณ์ที่อยู่เบื้องหลังการเคลื่อนไหวพอ ๆ กับตัวนักรบ พร้อมระบุว่า อิหร่านควรมีบทบาทสำคัญในการกำจัดไอเอสด้วย แม้อิหร่านจะมีท่าทีชัดเจนว่าไม่ต้องการเข้าร่วมในปฏิบัติการนี้ก็ตาม
อย่างไรก็ดี ประธานาธิบดีฮัสซัน โรฮานีของอิหร่าน ประเทศพันธมิตรใกล้ชิดซีเรีย กล่าวนอกรอบการประชุมสมัชชาใหญ่ยูเอ็น แสดงความกังขาถึง ความชอบธรรมทางกฎหมาย ของปฏิบัติการโจมตีทางอากาศในซีเรีย โดยระบุว่า หากปฏิบัติการทิ้งระเบิดครั้งนี้ไม่อยู่ในกรอบกฎหมายระหว่างประเทศ ก็จะต้องถูกประณาม แม้จะยอมรับว่า การกระทำของกลุ่มไอเอสถือว่าโหดร้ายและป่าเถื่อนก็ตาม
ส่วนรองนายกรัฐมนตรีโลเดวิค อาสเชอร์ของเนเธอร์แลนด์ซึ่งเป็นสมาชิกองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือหรือนาโต แถลงว่า เตรียมส่งเครื่องบินขับไล่ เอฟ-16 จำนวน 6 ลำ ไปร่วมปฏิบัติการปราบกลุ่มไอเอสในอิรักภายใน 1 สัปดาห์ เพื่อสนับสนุนการโจมตีที่นำโดยสหรัฐ รวมถึงจะส่งทหารไม่เกิน 380 นายไปให้คำปรึกษาและฝึกฝนกองกำลังของอิรักและชาวเคิร์ดเป็นเวลา 1 ปี
ส่วนเบลเยี่ยมเตรียมขอให้รัฐสภาอนุมัติการส่งเครื่องบินขับไล่ 6 ลำไปร่วมรบกับกลุ่มไอเอสในอิรักภายในวันนี้หรือพรุ่งนี้ โดยยืนยันว่า จะปฏิบัติการอยู่ในเฉพาะอิรักเท่านั้น เนื่องจากอิรักร้องขอความช่วยเหลือมา และเบลเยียมได้ตอบรับคำร้องขอนั้นแล้ว





