สิ้นเสียงประกาศของประธานาธิบดีบารัก โอบามา ว่าจะปฏิบัติการโจมตีทางอากาศในซีเรีย
โดยมีเป้าหมายเพื่อถล่มกลุ่มไอเอส สหรัฐก็เตรียมส่งฝูงบิน เอ-10 ธันเดอร์โบลท์ ซึ่งใกล้ปลดประจำการเต็มที พร้อมนักบิน 300 นาย เข้าไปในตะวันออกกลางช่วงต้นเดือนตุลาคมนี้
เอ-10 ธันเดอร์โบลท์ เป็นเครื่องบินสนับสนุนภาคพื้นดินรุ่นแรกของสหรัฐ ที่ประจำการในกองทัพสหรัฐ ตั้งแต่ยุคสงครามเย็น สามารถทำลายรถถังของโซเวียต มีปืนใหญ่ 1 กระบอก และบรรทุกระเบิดได้เป็นจำนวนมาก แต่หลังจากสภาคองเกรส เห็นชอบให้ตัดงบประมาณทางทหาร กองทัพอากาศสหรัฐ จึงตัดสินใจนำเครื่องบินรุ่นนี้ซึ่งมีมากถึง 300 ลำ มาใช้อีกครั้งในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ทั้งที่ควรจะปลดประจำการไปได้แล้ว ฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกับการตัดงบกลาโหมครั้งนี้ มองว่า การใช้เครื่องบินดังกล่าวอาจสร้างความสูญเสียแก่กองทัพสหรัฐ
นาวาอากาศเอกโรเบิร์ต เอส สปัลดิง ที่ 3 กล่าวว่า การนำเอาเครื่องบินที่ใกล้ปลดระวาง อย่าง เอ-10 กลับมาปฏิบัติภารกิจอีกครั้ง ถือเป็นความผิดพลาดอย่างมหันต์ ทั้งยังเสริมว่า แม้ไม่มีเครื่องบินรุ่นนี้ กองทัพอากาศสหรัฐ ก็มีศักยภาพในการสนับสนุนทางอากาศใกล้ชิดอยู่แล้ว และสามารถปฏิบัติภารกิจไล่ล่ากลุ่มก่อการร้ายในตะวันออกกลางและแอฟริกาได้ เพราะในอนาคตศักยภาพของ เอ-10 จะไม่สามารถแข่งขันได้อีกต่อไป เนื่องจากหลายประเทศ อย่างจีน ก็กำลังพัฒนายุทโธปกรณ์ที่มีแสนยานุภาพมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม แกนนำในการนำเครื่องบินรุ่นดังกล่าวมาใช้ คือ วุฒิสภาจากพรรครีพับลิกัน นายจอห์น แมคเคน ที่อ้างว่า เป็นเพียงรุ่นเดียวที่สามารถให้การสนับสนุนยุทธวิธีใกล้ภาคพื้นดินได้อย่างเหมาะสม ส่วนรุ่นอื่น บินเร็วและสูงเกินไป ทั้งยังไม่สามารถกำจัดเป้าหมายด้วยการตัดสินใจในระยะกระชั้นชิดได้
สภาคองเกรส เห็นชอบที่จะให้ เอ-10 ธันเดอร์โบลท์ ประจำการในกองทัพอากาศไปจนถึงปี 2558 ด้วยงบประมาณช่วยเหลือ 635 ล้านดอลลาร์จากกองทุนสงคราม
แต่ดูเหมือนว่า การตัดสินใจของสภาคองเกรส กำลังทำให้สหรัฐเสี่ยงมากขึ้น เพราะกลุ่มไอเอส ที่สหรัฐกำลังเผชิญหน้าอยู่นี้ มีความสามารถในการปรับตัว ทั้งขยายอิทธิพลในพื้นที่ได้มากกว่า กลุ่มอัลกออิดะห์ หรือ ตาลิบัน ที่สหรัฐเคยรับมือ
นาวาอากาศเอกเครก อี แอช ระบุว่า สหรัฐมีกองกำลัง อาวุธยุทโธปกรณ์ และเครื่องบินรบที่ดีที่สุดในโลก ที่ผ่านการฝึกฝนและเตรียมพร้อมสำหรับการรบในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา และมั่นใจในศักยภาพของฝูงบิน ที่ใกล้ปลดประจำการรุ่นนี้ เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติภารกิจในตะวันออกกลาง
แต่เนื่องจาก เอ-10 ทำการบินในระดับต่ำ อาจทำให้กลุ่มไอเอสยิงตกได้ง่ายดาย เช่นเดียวกับที่เคยยิงเครื่องบินของซีเรียตก และจับตัวนักบินไปสังหารในที่สุด
เจมส์ คาราฟาโน รองประธานมูลนิธิ เฮอริเทจ ฟาวน์เดชัน ที่ศึกษานโยบายต่างประเทศและการป้องกันประเทศ ให้ความเห็นว่า สิ่งสุดท้ายที่กองทัพสหรัฐจะทำในภารกิจในซีเรียครั้งนี้ คือ ปฏิบัติการค้นหาและช่วยเหลือตัวประกัน
แม้กองทัพอากาศสหรัฐ จะมีอาวุธยุทโธปกรณ์ที่เหนือกว่าอาวุธของกลุ่มไอเอส แต่การนำเอาเครื่องบิน เอ-10 เข้าร่วมปฏิบัติการครั้งนี้ ก็ไม่ต่างจากการส่งเป้านิ่งให้กลุ่มไอเอสสอยสหรัฐร่วง





