วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

จีนปล่อยคาร์บอนแซงหน้าอียู

จีนปล่อยก๊าซชนิดนี้ต่อคนมากกว่าสหภาพยุโรป เป็นครั้งแรก และอินเดีย ก็จะปล่อยคาร์บอนแซงหน้าอียูในปี2562

ข้อมูลการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ชิ้นล่าสุด ระบุว่า จีน ปล่อยก๊าซชนิดนี้ต่อคนมากกว่าสหภาพยุโรป หรือ อียู เป็นครั้งแรก และอินเดีย ก็จะปล่อยคาร์บอนแซงหน้าอียูในปี 2562 ซึ่งการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดอ็อกไซด์ ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จะถึงจุดที่เป็นอันตรายต่อสภาพอากาศภายใน 30 ปี โดยจะทำให้อุณหภูมิสูงขึ้นเฉลี่ย 2 องศาเซลเซียส

เดอะ โกลบัล คาร์บอน โปรเจกต์ กลุ่มนักวิทยาศาสตร์จากทั่วโลก ได้วัดปริมาณการปล่อยก๊าซของโลกในแต่ละปี พบว่า โลกปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซต์ 36,000 ล้านตันในปี 2556 โดยจีน มีสัดส่วนการปล่อยสูงสุดที่ 29% ตามมาด้วยสหรัฐ 25% สหภาพยุโรป หรือ อียู 10% และอินเดีย 7.1%

ค่าเฉลี่ยการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดอ็อกไซด์ของทั้งโลกอยู่ที่ 5 ตันต่อคน ชาวสหรัฐยังคงนำลิ่วที่ 16.5 ตัน ส่วนชาวจีน ปล่อยก๊าซชนิดนี้ 7.2 ตัน มากกว่าอียูที่ 6.8 ตัน

ศาสตราจารย์ กอรีน เลอ แกร์ จากมหาวิทยาลัยอีสอังเกลีย ในอังกฤษ บอกว่า สัดส่วนการปล่อยก๊าซของจีนที่เพิ่มขึ้น มาจากความต้องการสินค้าจากยุโรปและสหรัฐที่สูงขึ้น โดยคิดเป็นก๊าซที่เกิดจากการผลิตเสื้อผ้า เฟอร์นิเจอร์ และแม้แต่แผงพลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อส่งไปยังประเทศดังกล่าว คิดเป็น 20% ของก๊าซคาร์บอนไดออกไซต์ทั้งหมดที่จีนปล่อย

ส่วนอินเดีย เป็นหนึ่งในประเทศที่ปล่อยก๊าซมากที่สุด ในปีที่ผ่านมา ปล่อยก๊าซในสัดส่วน 5.1% และคาดว่าจะแซงหน้ายุโรปในปี 2562

ด้านดร. ร็อบบี้ แอนดรูว์ จากศูนย์สภาพอากาศโลกและวิจัยด้านสภาพแวดล้อมในนอร์เวย์ บอกว่า แค่รัฐบาลอินเดียหันมาให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ ก็ถือเป็นชัยชนะอย่างมากแล้ว เนื่องจากอินเดียมีปัญหาหลายเรื่องที่ต้องแก้ไข

อย่างไรก็ตาม คาดว่า แนวโน้มการปล่อยก๊าซของทั้งโลก จะทุบสถิติอีกครั้ง โดยน่าจะสูงถึง 40,000 ล้านตัน มากกว่าค่าการปล่อยก๊าซในทศวรรษ 1990 ถึง 65%

นักวิจัย เผยว่า เศรษฐกิจโลกที่ฟื้นตัว ประกอบกับการปล่อยก๊าซที่ต่ำกว่าปริมาณที่คาดการณ์ โดยเฉพาะในประเทศกำลังพัฒนา เป็นสาเหตุที่ทำให้ทั้งโลกชะล่าใจปล่อยก๊าซเพิ่มขึ้น

โลกเหลือโควตาการปล่อยก๊าซอีก 1,200,000 ล้านตัน จากทั้งหมด 3,200,000 ล้านตัน ที่จะรักษาอุณหภูมิไม่ให้สูงเกิน 2 องศา แต่การคำนวณพบว่า ขณะนี้ เหลือโอกาสแค่เพียง 66% ที่จะรักษาอุณหภูมิสูงขึ้นไม่เกิน 2 องศาเซลเซียสในอีก 30 ปี แต่บรรดานักการเมืองอาจไม่เข้าใจตัวเลขนี้

งานวิจัยชิ้นล่าสุดนี้ ออกมาก่อนการประชุมของสหประชาชาติ ที่มีผู้นำของ 125 ประเทศทั่วโลกเข้าร่วม เพื่อหารือเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศโลกในสัปดาห์หน้า ซึ่งถือเป็นเพียงจุดเริ่มต้นแรกของข้อตกลงด้านสิ่งแวดล้อมครั้งใหม่ ที่ทั่วโลกจะต้องให้สัตยาบัน ภายในสิ้นปี 2558

นักวิทยาศาสตร์ส่วนใหญ่ มองว่า นักการเมืองยังมีหลายอย่างที่ต้องทำ เพื่อเป้าหมายที่จะรักษาอุณหภูมิโลกให้เพิ่มขึ้นไม่เกิน 2 องศา

ศาสตร์จารย์ เลอ แกร์ บอกว่า ประเทศที่ร่ำรวย ควรแสดงความเป็นผู้นำเรื่องลดการปล่อยก๊าซ แต่ขณะนี้ ยังไม่เห็นประเทศใดแสดงท่าทีที่ชัดเจน รวมถึงจีนและอินเดีย ที่มีท่าทีเพิกเฉยต่อปัญหานี้ เช่นเดียวกับประเทศอื่นๆทั่วโลก