วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

อังกฤษรับเพิ่มสิทธิ'สกอต'

ชาวสกอตลงประชามติไม่แยกตัวจากสหราชอาณาจักร ด้วยคะแนนเสียง 55.30% ต่อ 44.70%

ขณะนายกฯ "คาเมรอน" ประกาศให้สิทธิแก่สกอตแลนด์ และประชาชนทั่วสหราชอาณาจักร มากขึ้น ด้านภาคธุรกิจขานรับ

ชาวสกอตลงประชามติไม่แยกตัวจากสหราชอาณาจักร ด้วยคะแนนเสียง 55.30% หรือประมาณ 2 ล้านคน ต่อ 44.70% หรือประมาณ 1.6 ล้านคน จากจำนวนผู้ไปใช้สิทธิทั้งหมดถึง 84.6% ซึ่งเป็นจำนวนสูงที่สุดสำหรับการเลือกตั้งในอังกฤษ โดยหลังจากทราบผลการนับคะแนน บรรดาผู้สนับสนุนให้รวมกับสหราชอาณาจักรต่อไป พากันส่งเสียงร้องดีใจ โอบกอด และเต้นรำกัน ขณะที่นายกรัฐมนตรีเดวิด คาเมรอนแห่งอังกฤษ กล่าวว่ารู้สึกยินดี

"หัวใจผมคงแตกสลายหากเห็นสหราชอาณาจักรถึงคราวอวสาน" นายคาเมรอนกล่าวด้วยท่าทางโล่งใจ

ส่วนผู้สนับสนุนให้แยกตัวต่างดูการนับคะแนนด้วยน้ำตา ท่ามกลางคำปลอบใจจากนายอเลก ซัลมอนด์ รัฐมนตรีสกอตแลนด์ ที่ขอให้ผู้สนับสนุนการแยกตัวดีใจกับตัวเลขผู้สนับสนุนแนวทางนี้ ซึ่งมีจำนวนถึง 1.6 ล้านคน

"ผมคิดว่าคงไม่มีเราคนไหนที่คิดว่าสิ่งนี้จะน่าเชื่อถือหรือเกิดขึ้นได้ถึงขนาดนี้" นายซัลมอนด์ ผู้นำพรรคสกอตแลนด์แห่งชาติ กล่าว

หลังจากชาวสกอตลงประชามติไม่แยกตัวแล้ว รัฐบาลอังกฤษก็ต้องทำตามที่สัญญาไว้ว่าจะให้อำนาจมากขึ้นด้านภาษี การใช้จ่าย และสวัสดิการแก่สกอตแลนด์ ซึ่งนายคาเมรอนก็ได้ประกาศทางโทรทัศน์หลังจากทราบผลการนับคะแนน ว่าเขาจะให้สิทธิแก่ประชาชนทั้งสหราชอาณาจักรมากขึ้น

"หลังจากนี้สกอตแลนด์จะมีสิทธิมากขึ้นในกิจการของตนเองในประเด็นอย่างภาษี การใช้จ่าย และสวัสดิการ ขณะเดียวกันคนอังกฤษ รวมถึงเวลส์ และไอร์แลนด์เหนือ ก็ควรได้รับสิทธิเหล่านี้มากขึ้น" นายกฯอังกฤษกล่าว พร้อมเสริมว่าจะให้อำนาจเหล่านี้ในเวลาเดียวกับที่ให้สกอตแลนด์ อันสะท้อนว่าจะมีร่างกฎหมายเดือนม.ค.ที่จะถึงนี้ ซึ่งจะเป็นถือเป็นปรับเปลี่ยนรัฐธรรมนูญครั้งใหญ่

น.ส.เอมิลี เซนต์เดนนี ศาสตราจารย์ด้านรัฐศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัยสเตอร์ลิง กล่าวว่า ผลกระทบจากการลงประชามติครั้งนี้ คือสกอตแลนด์จะได้เกือบทุกสิ่ง ยกเว้นเอกราชเต็มรูปแบบ พร้อมเสริมว่าบริบทค่อนข้างยากเพราะสมาชิกสภาอังกฤษกับเวลส์ไม่ค่อยพอใจกับคำสัญญาที่ให้ไว้แก่สกอตแลนด์

นายแอนดรูว์ บลิก อาจารย์ด้านรัฐศาสตร์แห่งคิงส์คอลเลจ กล่าวว่าคำสัญญาในช่วงโค้งสุดท้ายของบรรดาผู้นำอังกฤษ หมายความว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในสหราชอาณาจักร

ทั้งนี้ น.ส.ชาร์ลอตต์ การ์รอช หนึ่งในวัยรุ่นอายุ 16-17 ปีที่ได้รับสิทธิให้ไปลงคะแนนเสียงได้ครั้งแรก กล่าวว่าผลการลงประชามติเป็นที่น่าตื้นตันมาก

เมืองกลาสโกว์ ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของสกอตแลนด์ มีผู้ออกเสียงสนับสนุนการแยกตัวจำนวนมาก แต่ไม่สามารถต้านทานกระแสที่คัดค้านการแยกตัวได้ โดยผลการนับคะแนนระบุว่าชาวชนบทลงคะแนนเสียงคัดค้านการแยกตัว ส่วนคนที่อยู่ในเมืองและกลุ่มที่มีฐานะยากจน สนับสนุนการแยกตัว

นายคาเมรอน กล่าวว่า ผลการลงประชามติชัดเจนมาก พร้อมเสริมว่าการอภิปรายเรื่องนี้จะยุติลงไปได้ในช่วงอายุของคนรุ่นนี้ แต่นายซัลมอนด์เปิดทางสำหรับการลงคะแนนเสียงอีกในอนาคตด้วยการระบุว่าสกอตแลนด์เลือกที่จะอยู่ร่วมกับสหราชอาณาจักร "ในจุดนี้" แต่แสดงการสนับสนุน "อย่างมาก" ที่จะแยกตัว

เจ.เค. โรวลิง ผู้ประพันธ์หนังสือแฮร์รีพอตเตอร์ ซึ่งเป็นชาวอังกฤษแต่อยู่ในสกอตแลนด์ และสนับสนุนการรวมตัว กล่าวว่าชาวสกอตควรรู้สึกภูมิใจไม่ว่าจะมีความคิดเห็นที่แตกต่างกันอย่างไร

ภาคธุรกิจขานรับ

ผลการนับคะแนนสร้างความยินดีแก่นักลงทุน ที่วิตกเกี่ยวกับความเสี่ยงทางเศรษฐกิจหากมีการแยกตัว และดันให้เงินปอนด์พุ่งสู่ระดับสูงที่สุดในรอบ 2 ปีเมื่อเทียบกับเงินยูโร ขณะที่กลุ่มลอบบีทางธุรกิจ ซีบีไอ กล่าวว่าแวดวงธุรกิจจะต้อนรับผลการลงประชามติด้วยความโล่งใจ

บรรดาธนาคารและกลุ่มการเงินรายใหญ่ของอังกฤษ อย่างรอยัลแบงก์ออฟสกอตแลนด์ และลอยด์แบงกิงกรุ๊ป พากันยกเลิกแผนการย้ายการดำเนินงานออกจากสกอตแลนด์ หลังจากทราบผล

นายจอห์น คริดแลนด์ ประธานสมาพันธ์อุตสาหกรรมอังกฤษ กล่าวว่าภาคธุรกิจเชื่อมาตลอดว่าสหราชอาณาจักรมีสถานภาพดีที่สุดในการสร้างงาน ส่งเสริมการเติบโต และปรับปรุงมาตรฐานการครองชีพ ทั้งนี้ กระทรวงการคลังประเมินว่างานในสกอตแลนด์ 270,000 ตำแหน่งมีความเชื่อมโยงโดยตรงกับการค้าในสหราชอาณาจักร ขณะที่อังกฤษเป็นคู่ค้าใหญ่สุดของสกอตแลนด์ และสกอตแลนด์ก็เป็นคู่ค้ารายใหญ่อันดับ 2 ของอังกฤษรองจากสหรัฐ

ธุรกิจวิสกีของสกอตแลนด์ ซึ่งสามารถส่งออกได้เป็นอันดับ 2 รองจากน้ำมัน แสดงความโล่งอกเช่นกัน ส่วนบีเออีซิสเตมส์ ซึ่งเป็นบริษัทกลาโหมของอังกฤษและมีการดำเนินงานในสกอตแลนด์ ยินดีกับผลการลงประชามติ

อียูยินดี

บรรดาผู้นำในสหภาพยุโรป (อียู) แสดงความยินดีที่สกอตแลนด์คัดค้านการแยกตัวจากสหราชอาณาจักร ด้วยการกล่าวว่าการเคลื่อนไหวดังกล่าวจะช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งและความเป็นปึกแผ่นแก่สมาชิก 28 ชาติในอียู โดยนายโฮเซ มานูเอล บาร์โรโซ ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป กล่าวแสดงความยินดีกับการตัดสินใจของชาวสกอตที่รักษาเอกภาพกับสหราชอาณาจักรต่อไป

ด้านนายกรัฐมนตรีมาเรียโน ราจอยแห่งสเปน กล่าวว่ารู้สึกดีใจมากที่สกอตแลนด์ลงประชามติไม่แยกตัวจากสหราชอาณาจักร