วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

สก็อตแลนด์ใหม่:สิงคโปร์แห่งยุโรป

หลังวันที่ 18 ก.ย. นี้ สก็อตแลนด์ อาจเปลี่ยนโฉมหน้าไปตลอดกาล หากผลการลงประชามติให้แยกจากอังกฤษ

หลังวันที่ 18 กันยายนนี้ สก็อตแลนด์ อาจเปลี่ยนโฉมหน้าไปตลอดกาล หากผลการลงประชามติบ่งชี้ว่า ชาวสก็อตแลนด์ สนับสนุนให้แยกประเทศออกจากสหราชอาณาจักร และย่อมหมายความว่า ประเทศนี้ ต้องนับหนึ่งเริ่มต้นเศรษฐกิจของประเทศใหม่

หัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ)ดับเบิลยูพีพี บริษัทด้านการประชาสัมพันธ์และโฆษณาชั้นนำในอังกฤษ เซอร์ มาร์ติน ซอร์เรลล์ บอกว่า สก็อตแลนด์ อาจนำความสำเร็จของสิงคโปร์มาเป็นต้นแบบในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ ทั้งเศรษฐกิจรูปแบบตลาด และการสร้างบรรยากาศทางธุรกิจที่เป็นมิตรต่อนักลงทุน เนื่องจากได้รับความเชื่อถือจากนักธุรกิจ และที่ผ่านมา สิงคโปร์ ถูกจัดอันดับให้เป็นประเทศที่สะดวกสบายต่อการทำธุรกิจและน่าลงทุนมากที่สุดในโลก

องค์กรธุรกิจกว่า 200 แห่ง ที่สนับสนุนการแยกประเทศของสก็อตแลนด์ บอกว่า สิ่งที่จะทำให้สก็อตแลนด์สามารถยืนหยัดทางเศรษฐกิจได้ด้วยตัวเองคือ การลดภาษีนิติบุคคล เพื่อดึงดูดนักลงทุน เช่นเดียวกับสิงค์โปร์ และเพื่อแข่งขันกับเพื่อนบ้าน อย่าง ไอร์แลนด์ ซึ่งเป็นสวรรค์ของนักลงทุนในขณะนี้

ด้านเอิร์นสท์ แอนด์ ยัง บริษัทจัดทำบัญชีและโฆษณาชื่อดังอีกแห่ง เผยว่า สก็อตแลนด์ เปิดรับการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ หรือ เอฟดีไอ มากขึ้น โดยเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาเอฟดีไอ ในสก็อตแลนด์มีระดับสูงสุดในรอบ 6 ปี และเป็นการลงทุนโดยตรงจากนักลงทุนสหรัฐถึง 40%

สิ่งที่เห็นได้ชัดจากการเปิดรับการลงทุนจากต่างชาติในช่วงหลายปีที่ผ่านมาคือ การที่มีผู้ซื้ออสังหาริมทรัพย์ที่มั่งคั่งจากจีน ไต้หวัน และสิงคโปร์แห่เข้าไปซื้ออสังหาริมทรัพย์ในเมืองเอดินเบิร์กอย่างคึกคักช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ผลพวงจากนักศึกษาต่างชาติที่มาเรียนในมหาวิทยาลัยต่างๆทั่วสก็อตแลนด์มีเพิ่มขึ้น โดยรายงานของซาวิลส์ บริษัทอสังหาริมทรัพย์ ที่เผยแพร่ในปีนี้ ระบุว่า นักศึกษาชาวจีนในสก็อตแลนด์เพิ่มขึ้น 78% ในระยะ 5 ปีที่ผ่านมา

ซอร์เรลล์ ยังระบุด้วยว่า นับจากนี้ไป ต้องติดตามเกี่ยวกับนโยบายต่างประเทศ และระบบอัตราแลกเปลี่ยนของสก็อตแลนด์อย่างใกล้ชิด แม้ว่าจะยังไม่แน่ชัดว่า สก็อตแลนด์จะตั้งระบบธนาคารกลาง รวมถึงกำหนดสกุลเงินของตัวเอง หรือจะยังคงอิงอยู่กับธนาคารกลางอังกฤษ และใช้เงินปอนด์ต่อไป

ผู้ว่าการธนาคารกลางของอังกฤษ นายมาร์ค คาร์นีย์ มองว่า การแยกตัวเป็นประเทศใหม่นั้น ธนาคารกลางของสก็อตแลนด์ จะต้องมีเงินทุนสำรองเป็นมูลค่าหลายพันล้านปอนด์ แต่ถ้าหากใช้เงินปอนด์ต่อไปก็คงไม่มีปัญหา

ด้านกองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ ไอเอ็มเอฟ ก็เตือนว่า ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจสก็อตแลนด์หลังจากแยกประเทศแล้ว อาจจะเป็นผลเสียต่อตลาดการเงินโลก

ขณะเดียวกัน ผลสำรวจล่าสุดของ ยูกอฟ บริษัทสำรวจการตลาดด้านอินเทอร์เน็ต เปิดเผยข้อมูลล่าสุดว่า ชาวสก็อตแลนด์ 52% จะออกเสียงคัดค้านการแยกประเทศครั้งนี้ ซึ่งสูสี จากผลสำรวจเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ที่บอกว่า ชาวสก็อตแลนด์ จะลงประชามติสนับสนุนแยกประเทศถึง 51%