ยูเอ็น ผ่านมติวางกรอบกฎหมายระหว่างประเทศ กำกับดูแลการปรับโครงสร้างหนี้
ที่ประชุมใหญ่ของสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ผ่านมติเรียกร้องให้วางกรอบกฎหมายระหว่างประเทศ เพื่อกำกับดูแลการปรับโครงสร้างหนี้สินของประเทศ เพื่อปกป้องประเทศต่างๆ จากเจ้าหนี้พาณิชย์ที่มีการเก็งกำไร โดยมติดังกล่าว ผ่านความเห็นชอบไปด้วยคะแนนเสียง 124 และมี 11 เสียงคัดค้าน รวมถึงญี่ปุ่น สหรัฐ และหลายชาติในสหภาพยุโรป ส่วนอีก 41 ประเทศงดออกเสียง
มตินี้ร่างขึ้นโดย "กลุ่ม 77" ซึ่งเป็นพันธมิตรชาติกำลังพัฒนาที่เป็นสมาชิกยูเอ็นกับจีน และการเคลื่อนไหวนี้ มีขึ้นหลังจากอาร์เจนตินา ต้องขึ้นโรงขึ้นศาลในสหรัฐ กับผู้ถือพันธบัตร เกี่ยวกับหนี้ที่ผ่านการปรับโครงสร้าง
กรอบกฎหมายใหม่นี้ มีเป้าหมายที่การคุ้มครองประเทศต่างๆ จากเจ้าหนี้ ที่พยายามซื้อหนี้ที่มีปัญหาเพื่อเก็งกำไร และปฏิเสธที่จะปรับโครงสร้างหนี้ จากนั้นก็ดำเนินการฟ้องร้องเพื่อให้มีการชำระหนี้เต็มจำนวน
ทั้งนี้ อาร์เจนตินา ถูกมองว่าผิดนัดชำระหนี้ โดยเจ้าหนี้บางรายยอมรับการชำระเงินที่น้อยลง แต่เจ้าหนี้บางราย ไม่ยอมรับข้อตกลงปรับโครงสร้างหนี้ที่รัฐบาลเสนอไปเมื่อปี 2548 และ 2553 ศาลของรัฐบาลกลางสหรัฐ ตัดสินเข้าข้างกลุ่มเจ้าหนี้ ที่นำโดยกองทุนบริหารความเสี่ยงเอ็นเอ็มแอล แคปิตอล แห่งนิวยอร์ก ที่ยืนยันว่าต้องได้รับการชำระหนี้เต็มจำนวน 1,500 ล้านดอลลาร์เสียก่อน อาร์เจนตินาจึงจะชำระหนี้แก่เจ้าหนี้รายอื่นที่ยอมรับการปรับโครงสร้างหนี้ได้





