วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ฟิลิปปินส์-มาเลย์เศรษฐกิจโตนำเพื่อนบ้าน

"มูดี้ส์"คาดช่วงเวลาที่เหลือของปีนี้ ฟิลิปปินส์และมาเลเซียจะมีการเติบโตทางเศรษฐกิจนำหน้าประเทศอื่นๆ

บริษัทวิจัย "มูดี้ส์ อะนาไลติกส์" ในเครือมูดี้ส์ อิสเวสเตอร์ เซอร์วิส คาดการณ์ว่า ในช่วงเวลาที่เหลือของปีนี้ ฟิลิปปินส์และมาเลเซียจะมีการเติบโตทางเศรษฐกิจนำหน้าประเทศอื่น ๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ส่วนประเทศที่เหลือน่าจะไล่ตามทันภายในปี 2558 โดยได้แรงหนุนจากสถานการณ์ในประเทศเศรษฐกิจก้าวหน้าที่ปรับตัวดีขึ้น

มูดี้ส์ อะนาไลติกส์ ระบุด้วยว่า ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังคงต่อสู้กับประเด็นปัญหาที่หลากหลาย โดยเฉพาะความไม่แน่นอนทางการเมืองในอินโดนีเซียและไทย สองประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่สุดในภูมิภาค

อย่างไรก็ตาม การรวมตัวกันเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือเออีซีในปี 2558 ของประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จะมาพร้อมกับความต้องการที่ปรับตัวดีขึ้นจากประเทศคู่ค้าหลัก ทำให้อาเซียนเจริญก้าวหน้ายิ่งขึ้น ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงที่จะทำให้เศรษฐกิจของภูมิภาคนี้ถดถอยลงไปได้

ด้านนักวิเคราะห์จากมูดี้ส์ "นายเฟรด กิ๊บสัน" กล่าวว่า เศรษฐกิจสหรัฐอยู่ในแนวโน้มขาขึ้นอย่างยั่งยืน ส่วนเศรษฐกิจจีนนั้นตอบสนองต่อมาตรการกระตุ้นจากรัฐบาลเป็นอย่างดี

นอกจากนี้ มูดี้ส์ยังคาดว่า ในปีนี้ เศรษฐกิจอาเซียนจะเติบโต 4.3% น้อยกว่าค่าเฉลี่ยในช่วงหลายปีที่ผ่านมา และแรงหนุนทางเศรษฐกิจของอาเซียนน่าจะกลับเข้ามาอยู่ในกระแสภายในปี 2558 ที่เศรษฐกิจจะเติบโต 5% โดยได้อานิสงส์จากความต้องการทั่วโลกฟื้นตัว และเศรษฐกิจภายในประเทศมั่นคง

มูดี้ส์ระบุว่า ประเทศที่เติบโตนำหน้าคือฟิลิปปินส์และมาเลเซีย ซึ่งทั้งสองประเทศมีเศรษฐกิจขยายตัว 6.4% ในไตรมาสสองของปีนี้ สูงกว่าประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาค และคาดว่าจะยังเติบโตต่อเนื่องตลอดช่วง 12 เดือนข้างหน้า นอกจากนี้ การมีนโยบายการเงินและการคลังที่สมเหตุสมผล เป็นปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญสำหรับสองประเทศนี้ ซึ่งปัจจุบันกลไกลทุกตัวของเศรษฐกิจมาเลเซียเดินเครื่องแล้ว ขณะที่เศรษฐกิจฟิลิปปินส์ถูกฉุดรั้งจากพายุไต้ฝุ่นไห่เยี่ยนเมื่อปีก่อน

อย่างไรก็ตาม มูดี้ส์เตือนว่า อนาคตของฟิลิปปินส์ไม่ได้สดใสเหมือนเพื่อนบ้านอาเซียน ภาคอุตสาหกรรมฟิลิปปินส์ยังคงมีอุปสรรคจากค่าไฟฟ้าที่สูง และโครงสร้างพื้นฐานที่ย่ำแย่ ส่วนโครงการท่อส่งน้ำมันและที่อยู่อาศัยในฟิลิปปินส์ ช่วยให้การลงทุนเติบโตกว่า 10% ในช่วงสองปีที่ผ่านมา

หลังจากเป็นเออีซีแล้ว มูดี้ส์คาดว่าจะช่วยให้ซัพพลายเชนรวมตัวกันได้มากขึ้น แต่จะไม่ได้ประโยชน์เท่ากัน

มูดี้ส์มองว่า ประเด็นปัญหาในประเทศสมาชิกอาเซียนอื่น ๆ นั้นรวมถึงปัญหาการเมืองไม่สงบในอินโดนีเซียและไทยด้วย แม้ว่าการเลือกตั้งนายโจโก วิโดโด เข้ามาเป็นประธานาธิบดีคนใหม่ของอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จะช่วยสร้างเสถียรภาพให้ประเทศได้ระดับหนึ่ง แต่การที่อินโดนีเซียมีนโยบายการเงินเข้มงวดอาจปิดกั้นการลงทุน ส่วนในไทยที่แม้รัฐบาลทหารจะยุติความขัดแย้งทางการเมืองได้สำเร็จ แต่ปัญหาอาจจะปะทุขึ้นในเวลาใดเวลาหนึ่งก็ได้