วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'อีโบลา แร็ป'กลยุทธ์ใหม่สู้ไวรัสมรณะ

ความพยายามในการรับมืออีโบลาที่กำลังระบาดอย่างรุนแรงในกลุ่มประเทศแอฟริกาตะวันตก ดูเหมือนว่าจะไม่ประสบผลสำเร็จ

เนื่องจากขาดแคลนเวชภัณฑ์ที่เหมาะสมในการจัดการกับเชื้อไวรัสร้ายตัวนี้ ประกอบกับการขาดความรู้เกี่ยวกับการแพร่เชื้อ ทำให้การป้องกันการเกิดผู้ติดเชื้อรายใหม่ กับ การรักษาผู้ติดเชื้อรายเก่านั้น เป็นไปได้ยาก แพทย์ต้องใช้การรักษาไปตามอาการและพึ่งพาภูมิคุ้มกันในร่างกายผู้ติดเชื้อให้รักษาเยียวยาตัวเอง ทำลายเชื้อไวรัสอันตรายตัวนี้ไปโดยธรรมชาติ

แต่หากผู้ติดเชื้อมีร่างกายไม่แข็งแรง หรือ มีระบบภูมิคุ้มกันที่ไม่มีประสิทธิภาพมากนัก โอกาสที่เชื้อไวรัสจะเอาชนะภูมิคุ้มกันในร่างกายก็เป็นไปได้มาก และที่สุดแล้วก็คือ ผู้ติดเชื้อจะเสียชีวิตอย่างไร้หนทางเยียวยา

วิธีที่ดีที่สุด ในการป้องกันการเพิ่มจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่คือการสร้างภูมิคุ้มกันในด้านความรู้ในการป้องกันตนเองจากการแพร่เชื้ออีโบลา เพื่อให้ผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงหรือคนทั่วไปสามารถหลีกเลี่ยงการเผชิญความเสี่ยงต่อการรับเชื้อไวรัสร้ายได้ด้วยเช่นกัน

วิธีการใช้แผ่นพับในการนำเสนอข้อมูลการป้องกันตัวให้กับพลเมืองที่ยังไม่ติดเชื้อนั้นอาจจะเข้าถึงจิตใจคนทั่วไปได้ไม่มากนัก แต่วิธีการถ่ายทอดที่ลึกซึ้งกว่านั้นสามารถใช้วิธีที่วิถีของการตลาดเรียกว่า "เวิร์ด ออฟ เม้าท์" หรือ การบอกต่อแบบปากต่อปาก ที่จะได้รับความเชื่อถือในกลุ่มคนกลุ่มใหญ่มากกว่า แต่ที่สำคัญที่สุดคือ การเริ่มต้นกระแสการบอกกล่าวแบบปากต่อปาก อะไรที่จะเป็นแรงจูงใจให้เกิดกระแสนั้นได้ดีไปกว่า การใช้เพลงเป็นจุดเริ่มต้น และที่เท่ไปกว่านั้นคือการใช้เพลง "แร็ป" (Rap) ที่มีท่วงทำนองติดหู แถมวิธีการร้องยังคล้องจองราวกับแต่งกลอน ทำให้การสื่อสารถึงผู้ฟังกลุ่มเป้าหมายเป็นไปได้ง่ายและสามารถส่ง "สาร" ถึง "เป้าหมาย" ได้อย่างครบถ้วนกระบวนความ

จึงไม่น่าแปลกใจที่กระทรวงสาธารณสุขแห่งไลบีเรีย และกองทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติหรือยูนิเซฟ จะใช้วิธีสร้างเพลงแร็ป ที่เรียกว่า "อีโบลา แร็ป" ในการต่อสู้กับการระบาดของเชื้อไวรัสอีโบลา ที่ถือเป็นภัยร้ายแรงของมนุษยชาติ

กระทรวงสาธารณสุขไลบีเรีย ร่วมมือกับนักร้องเพลงแร็ปชื่อดัง "ดี -12 " และซามูเอล "แชโดว์" มอร์แกน สองนักร้องและโปรดิวเซอร์ชาวไลบีเรีย ที่ไปโด่งดังในสหรัฐอเมริกา แต่งเพลง "อีโบลา อิน ทาว์น" ที่บรรยายวิธีการระบาดของเชื้อไวรัสอีโบลา ผ่านทางของเหลวของร่างกายชนิดต่างๆ ทั้ง น้ำลาย ปัสสาวะ เหงื่อ หรือ เลือด ที่มาจากคนและสัตว์ ทั้งยังแทรกคำเตือนให้ผู้รับสารรู้ว่า ถ้ามีอาการป่วยที่เป็นสัญญาณของการติดเชื้ออีโบลาแล้ว ให้รีบไปโรงพยาบาล รวมทั้งเสริมความรู้ในการป้องกันรักษาตัวเบื้องต้นอีกด้วย

แม้โครงการนี้จะอยู่ในช่วงเริ่มต้น และยังไม่มีบทพิสูจน์ว่าจะได้ผลจริงหรือไม่ แต่การใช้สื่อที่เป็นเพลงที่ฟังแล้วติดหู น่าจะเป็นหนทางที่ง่าย และเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายในวงกว้างได้มากที่สุด แถมยังเพลิดเพลินในการฟัง ผ่อนคลายความเครียดในการใช้ชีวิต ท่ามกลางข่าวร้ายของการระบาดของเชื้อไวรัสอีโบลาที่คร่าชีวิตชาวกาฬทวีปแล้วกว่า 1,400 ราย และมีผู้ติดเชื้อกว่า 2,000 คน