ส่งออกของญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นครั้งแรกรอบ 3 เดือน โดยการส่งออกไปเอเชียเพิ่มขึ้น 3.4%
กระทรวงคลังญี่ปุ่นเปิดเผยเมื่อวานนี้ (20 ส.ค.) ว่า ยอดส่งออกของประเทศเพิ่มขึ้น 3.9% ในเดือนก.ค. นับเป็นการปรับขึ้นครั้งแรกในรอบ 3 เดือน หลังจากลดลง 1.9% เมื่อเดือนมิ.ย. ส่วนยอดนำเข้าเพิ่มขึ้น 2.3% ในเดือนก.ค. เนื่องจากการนำเข้าพลังงานเพิ่มขึ้น ทำให้ตัวเลขขาดดุลการค้าอยู่ที่ 964,000 ล้านเยน
ข้อมูลของกระทรวงคลังญี่ปุ่นระบุว่า ยอดส่งออกไปเอเชีย ซึ่งมีสัดส่วนมากกว่าครึ่งหนึ่งของการส่งออกทั้งหมด เพิ่มขึ้น 3.4% ในเดือนก.ค. เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยได้แรงหนุนจากการส่งออกรถยนต์เพิ่มมากขึ้น และเมื่อแยกเป็นรายประเทศพบว่า ยอดส่งออกไปจีน ซึ่งเป็นตลาดสำคัญอีกแห่งหนึ่งสำหรับญี่ปุ่น เพิ่มขึ้น 2.6% ในเดือนก.ค. เนื่องจากการส่งออกอุปกรณ์แปรรูปโลหะและชิ้นส่วนรถยนต์ที่มากขึ้น ขณะที่ยอดส่งออกไปสหรัฐเพิ่มขึ้น 2.1% ผลจากการจัดส่งชิ้นส่วนรถยนต์มากขึ้น แต่การส่งออกรถยนต์ไปตลาดสหรัฐร่วงลง 10.3% จากปีก่อน นับเป็นการลดลงติดกันเป็นเดือนที่ 4 เพราะบริษัทญี่ปุ่นย้ายการผลิตไปสหรัฐและประเทศอื่นๆ
บรรดานักวิเคราะห์กล่าวว่า การส่งออกที่เพิ่มขึ้นนี้เป็นสัญญาณว่าความต้องการในต่างแดนกำลังเริ่มฟื้นตัว ซึ่งอาจสามารถชดเชยการใช้จ่ายที่ซบเซาของผู้บริโภคได้ นอกจากนี้ การส่งออกที่กำลังเริ่มฟื้นตัวยังสะท้อนว่าเศรษฐกิจอาจโตขึ้นหลังจากมีการขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่มเมื่อเดือนเม.ย. ซึ่งจะบรรเทาความกดดันให้แก่ผู้กำหนดนโยบายที่ต้องดำเนินการกระตุ้นการเติบโต





