รัฐบาลญี่ปุ่น ระบุตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ หรือจีดีพีประจำไตรมาส 2 ระหว่างเดือนเม.ย.-มิ.ย. หดตัว 6.8%
การปรับขึ้นภาษีผู้บริโภค หรือภาษีมูลค่าเพิ่มของญี่ปุ่นเมื่อเดือนเม.ย.ทำให้เศรษฐกิจในไตรมาสสองหดตัวครั้งใหญ่ที่สุด นับตั้งแต่ภัยพิบัติแผ่นดินไหวและสึนามิเมื่อต้นปี 2554
รัฐบาลญี่ปุ่น เปิดเผยตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจในไตรมาสสองวันนี้ โดยระบุว่า ตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ หรือจีดีพีประจำไตรมาส 2 ระหว่างเดือนเม.ย.-มิ.ย. หดตัว 6.8% เมื่อเทียบกับ ช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว และหดตัว 1.7% เมื่อเทียบกับไตรมาสแรก
ทั้งนี้ รัฐมนตรีเศรษฐกิจ นายอากิระ อามาริ กล่าวว่า ตัวเลขนี้ต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้เล็กน้อย และคาดหวังว่าจะกระเตื้องขึ้นหลังจากนี้
การปรับตัวลงของจีดีพีครั้งนี้ เป็นครั้งรุนแรงที่สุดนับตั้งแต่เกิดภัยพิบัติแผ่นดินไหว และสึนามิครั้งหายนะเมื่อเดือนมี.ค. 2554 เป็นผลมาจากการปรับขึ้นภาษีผู้บริโภคจากอัตรา 5% เป็น 8% ที่มีผลบังคับใช้เมื่อ 1 เม.ย. ซึ่งเป็นการปรับขึ้นครั้งแรกในรอบ 17 ปี ทั้งประชาชนและภาคธุรกิจเพิ่มการจับจ่ายทุกอย่างทั้งรถยนต์ เครื่องซักผ้า และทีวีในช่วงนาทีสุดท้ายก่อนการขึ้นภาษี ทำให้ยอดใช้จ่ายพุ่งสูงมากในช่วงไตรมาสแรกและลดลงอย่างหนักในไตรมาสสอง แต่นักวิเคราะห์คาดว่า จีดีพีจะลดลงเพียงชั่วคราวเท่านั้น และคาดว่ายอดใช้จ่ายจะเพิ่มขึ้นตามปกติในหลายเดือนข้างหน้า
นักวิเคราะห์ มองว่า ตัวเลขจีดีพีในไตรมาส 3 น่าจับตามากกว่า เพราะจะเป็นตัวชี้วัดแนวโน้มเศรษฐกิจ และอาจเป็นปัจจัยสำคัญต่อการตัดสินใจของรัฐบาลว่า จะยังปรับขึ้นภาษีผู้บริโภคจาก 8% เป็น 10% ในปีหน้าหรือไม่





