"เคิร์ด" ยึดคืน 2 เมืองจากกลุ่มไอเอส ด้านฝรั่งเศส-อิตาลีพร้อมจัดหาอาวุธสนับสนุน ยันไม่แทรกแซงด้านทหาร
สหรัฐโจมตีทางอากาศสกัดการรุกคืบกลุ่มไอเอสในอิรัก ส่งผลนักรบชาวเคิร์ดยึด 2 เมืองคืนสำเร็จ ด้านฝรั่งเศส-อิตาลี พร้อมสนับสนุนด้านอาวุธ แต่ยันไม่แทรกแซงทางทหารหากไม่ได้รับความเห็นชอบจากยูเอ็น
นายชัค เฮเกล รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐ กล่าวว่าการโจมตีทางอากาศเพื่อสกัดการรุกคืบของกลุ่มติดอาวุธ รัฐอิสลาม (ไอเอส) ได้ผล และสหรัฐเปิดกว้างรับคำขอความช่วยเหลือเพิ่มเติม
โดยที่ผ่านมาสหรัฐใช้เครื่องบินและโดรนหรือยานยนต์ไร้คนขับ ลงมือโจมตีเป็นเวลา 3 วันเข้าใส่กลุ่มไอเอสทางเหนือของอิรัก
นายเฮเกลกล่าวว่าสหรัฐกำลังประเมินสถานการณ์ต่อเนื่องหลังจากประธานาธิบดีบารัก โอบามา ให้อำนาจปฏิบัติการเพื่อช่วยสลายการปิดล้อมภูเขาซินจาร์ ซึ่งผู้อพยพชนกลุ่มน้อยยาซิดีเข้าไปหลบภัย
นอกจากนั้น เครื่องบินสหรัฐยังหย่อนอาหารและน้ำให้แก่พลเรือนที่ลี้ภัยอยู่ตามจุดต่างๆ เป็นรอบที่ 4 โดยเครื่องบินขนส่งซี-17 และซี-130ได้หย่อนของ 88 ห่อ ให้แก่ชาวอิรักที่ติดอยู่ในภูเขาซินจาร์ นอกจากนี้ฝรั่งเศสกับอังกฤษยังได้เข้าร่วมความพยายามหย่อนอาหารนี้ด้วยเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา
ขณะเดียวกัน นายโลรองต์ ฟาบิอุส รัฐมนตรีต่างประเทศฝรั่งเศส ได้เดินทางเยือนอิรักเพื่อดูแลการจัดส่งความช่วยเหลือชุดแรกจำนวน 18ตัน แต่ย้ำว่ารัฐบาลกรุงปารีสจะไม่เข้าร่วมในปฏิบัติการทางทหาร
อย่างไรก็ตามนายฟาบิอุส ได้ให้สัมภาษณ์สถานีโทรทัศน์ฟรานซ์ 2 จากเมืองอาร์บิลในเวลาต่อมาว่า ฝรั่งเศสกำลังหารือกับประเทศอื่นในสหภาพยุโรป (อียู) เพื่อหาทางจัดหาอาวุธให้แก่ชาวเคิร์ด แต่ทหารฝรั่งเศสจะไม่เข้าแทรกแซง หากไม่ได้อำนาจจากคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ หรือมีภัยคุกคามต่อชาวฝรั่งเศส พร้อมเสริมว่ากลุ่มไอเอสมีอาวุธที่ล้ำสมัยที่ปล้นไปจากกองทัพอิรักที่ล่าถอยไป
เช่นเดียวกับนางเฟดริกา โมเกรี รัฐมนตรีต่างประเทศอิตาลี ที่ให้สัมภาษณ์ที่กรุงโรม ว่าอิตาลีขอให้จัดการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศยุโรปเพื่อหารือเรื่องอิรัก และผลักดันให้มีการสนับสนุนทางทหารแก่ชาวเคิร์ด แต่ย้ำว่าจะไม่มีการแทรกแซงทางทหาร
สำหรับสถานการณ์ในอิรักล่าสุด นักรบชาวเคิร์ดที่ได้รับการสนับสนุนจากการโจมตีทางอากาศของสหรัฐ สามารถยึดเมืองมักมูร์ กับจีเวอร์ซึ่งอยู่ไม่ห่างจากเมืองอาร์บิล เมืองเอกของดินแดนปกครองตนเองของชาวเคิร์ดคืนจากกลุ่มไอเอสที่ยึดทั้ง 2 เมืองเมื่อไม่กี่วันก่อนหน้านี้
การเข้าแทรกแซงด้วยการส่งเครื่องบินไปโจมตีทางอากาศของสหรัฐ ทำให้ผู้คนที่หนีไปอยู่ในเขา 20,000 คน กลับลงมาได้อย่างปลอดภัยแต่ยังมีอีกหลายพันที่ยังคงหลบซ่อนอยู่
อย่างไรก็ตามกระทรวงต่างประเทศ สหรัฐระบุว่าได้อพยพเจ้าหน้าที่บางส่วนจากสถานกงสุลเมืองอาร์บิลไปยังเมืองบาสราซึ่งอยู่ทางใต้และหน่วยสนับสนุนในกรุงอัมมาน ประเทศจอร์แดนแทน หลังจากพิจารณาสถานการณ์ด้านความมั่นคง
"สถานกงสุลในเมืองอาร์บิลยังเปิดบริการและจะยังติดต่อกับชาวอิรักรวมถึงผู้นำที่มาจากการเลือกตั้งของอิรักทุกวัน เพื่อสนับสนุนพวกเขาในช่วงที่กำลังเพิ่มความเข้มแข็งแก่กระบวนการตามรัฐธรรมนูญและปกป้องจากภัยคุกคามที่ใกล้เข้ามา"
สำหรับในเขตกรีนโซนในกรุงแบกแดด ซึ่งเป็นที่ตั้งสถาบันสำคัญๆ นั้น ตำรวจ ทหาร และกองกำลังต่อต้านก่อการร้ายของอิรักได้ระดมกำลังจำนวนมากเป็นพิเศษ ประจำการทั่วจุดที่เป็นที่ตั้งสำคัญทางยุทธศาสตร์





