เด็กหญิงชาวอินโดนีเซียวัย 14 ปี ซึ่งถูกคาดว่าเสียชีวิตจากเหตุคลื่นยักษ์สึนามิเมื่อปี 2547
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวานนี้ (8 ส.ค.) ว่า เด็กหญิงชาวอินโดนีเซียวัย 14 ปี ซึ่งถูกคาดว่าเสียชีวิตจากเหตุคลื่นยักษ์สึนามิเมื่อปี 2547 ได้กลับมาพบหน้าครอบครัวของตนอีกครั้งราวปาฏิหาริย์ สร้างความยินดีให้แก่ครอบครัวของเธออย่างมาก
รายงานระบุว่า หญิงสาวรายนี้ซึ่งชื่อว่า ราอัดฮาตุล จานนาห์ ได้หายสาบสูญไปตั้งแต่อายุ 4 ขวบ พร้อมกับอารีฟ ปราตามา รังกูตี พี่ชายวัย 7 ปี หลังถูกคลื่นสึนามิซัดถล่มบ้านในจังหวัดอาเจะห์ เมื่อวันที่ 26 ธ.ค. 2547 ขณะที่นางจามาเลียห์ มารดาและนายเซปตี รังกูตี บิดาของเธอรอดชีวิต และพวกเขาก็ได้แต่หวังว่าลูกทั้งสองคนจะโชคดีรอดตายจากภัยพิบัติครั้งนั้นมาโดยตลอด
เมื่อเดือนมิ.ย. พี่ชายของนางจามาเลียห์ได้พบเห็นเด็กหญิงคนหนึ่งในหมู่บ้านขณะกำลังเดินกลับบ้านหลังเลิกเรียน ซึ่งเธอมีหน้าคล้ายน้องสาวของเขามาก ก่อนที่เขาจะเข้าไปพูดคุยด้วยและพบว่าเธอคือหลานสาวของเขา โดยเธอได้รับการช่วยเหลือจากชาวประมงคนหนึ่ง
หลังจากที่นางจามาเลียห์ได้รู้เรื่องดังกล่าวจากพี่ชาย จึงได้เดินทางกับสามีเพื่อไปหาเด็กหญิงคนนั้นซึ่งปัจจุบันอายุ 14 ปี และพบว่าเธอเป็นลูกสาวที่สูญหายไปจริงๆ โดยเธอกล่าวว่า ตนและสามีรู้สึกดีใจและตื้นตันมากที่พระเจ้าช่วยให้เราได้พบหน้าลูกสาวอีก หลังจากต้องพลัดพรากจากกันมานานกว่า 10 ปี
ขณะที่จานนาห์ ได้กลับไปยังบ้านเกิดพร้อมกับครอบครัวเมื่อวันพุธที่ผ่านมา และเธอบอกว่า พี่ชายของเธอก็รอดชีวิตด้วยเช่นกัน หลังจากถูกซัดไปยังเกาะเดียวกัน แต่เธอไม่รู้ว่าเขาอยู่ที่ไหน
ทั้งนี้ เหตุการณ์สึนามิดังกล่าวได้คร่าชีวิตผู้คนในจังหวัดอาเจะห์ 170,000 ราย และอีกกว่าหมื่นรายในประเทศอื่นๆ รอบมหาสมุทรอินเดีย





